บวมธรรมดา หรือเป็นก้อนที่ต้องบอกคลินิก? 14 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์: อะไรที่มักเกิดขึ้น ส่งรูปให้คลินิกตอนไหน และทำไมยังตัดสินผลวันแรกไม่ได้

A scene related to the topic

ช่วงสองสัปดาห์แรกหลังฉีดฟิลเลอร์ บวม แข็งนิด ๆ คลำเจอเป็นปุ่มเล็ก ๆ หรือสองข้างยังไม่เท่ากัน เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยค่ะ ส่วนใหญ่บวมมากที่สุดราววันที่ 2–3 แล้วค่อย ๆ ยุบลงในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ผลจริงจึงต้องดูหลังเนื้อฟิลเลอร์เข้าที่แล้ว ไม่ใช่ดูจากหน้ากระจกในวันแรก แต่มีอาการกลุ่มหนึ่งที่ไม่ควรรอดูเองเลย ได้แก่ ปวดรุนแรงหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวบริเวณที่ฉีดซีดขาว ม่วงคล้ำ หรือเป็นลายด่าง การมองเห็นผิดปกติ หรือมีบวมแดงร้อนลามพร้อมไข้ ถ้าเจออาการเหล่านี้ให้ติดต่อคลินิกทันที และถ้าติดต่อไม่ได้ให้ไปโรงพยาบาลค่ะ บทความนี้จะอธิบายว่าแต่ละช่วงมักเป็นแบบไหน คลินิกใช้อะไรแยกอาการปกติออกจากสิ่งที่ควรรายงาน ควรส่งรูปตอนไหน และถ่ายแบบไหนให้คลินิกเอาไปประเมินได้จริง

> บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามคลินิกที่ฉีดให้คุณเสมอ

วันที่ 0–3 หน้าตาจะเป็นยังไง

Seoul aesthetic clinic
Photo: Ivan Babydov / Pexels.

วันแรก ๆ จะบวมมากที่สุด และเป็นช่วงที่หลายคนตกใจมากที่สุดด้วยค่ะ

ที่มักเจอในช่วงนี้มีดังนี้

  • บวม: ฟิลเลอร์ชนิดกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ดึงน้ำเข้าหาตัว บวกกับเนื้อเยื่อที่ระคายจากเข็มหรือแคนนูลา ทำให้บวมมากกว่าที่ตั้งใจไว้ ริมฝีปากกับใต้ตาเป็นบริเวณที่บวมได้มากเป็นพิเศษ
  • บวมไม่เท่ากัน: ข้างหนึ่งอาจบวมกว่า เพราะจำนวนจุดฉีด ทิศทางเข็ม และท่านอนต่างกัน
  • รอยช้ำและจุดเข็ม: พบได้บ่อย บางคนช้ำแทบไม่เห็น บางคนช้ำเป็นจ้ำ
  • เจ็บเวลากด ตึง หรือรู้สึกว่ามีอะไรอยู่ใต้ผิว: เป็นความรู้สึกที่พบได้ทั่วไป

สิ่งที่คลินิกส่วนใหญ่มักแนะนำในช่วงนี้ (ทำตามที่คลินิกของคุณบอกเป็นหลัก)

  • ประคบเย็นเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่วางน้ำแข็งบนผิวโดยตรง
  • นอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อย เลี่ยงการนอนคว่ำ
  • งดซาวน่า ห้องอบ ออกกำลังกายหนัก และแอลกอฮอล์ในช่วงแรก
  • ไม่นวดหรือกดบริเวณนั้นเอง ยกเว้นแพทย์สั่งให้นวด บางคลินิกให้นวดเฉพาะในบางกรณี แต่อย่าทำเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

ถ้าอยากเห็นภาพรวมอาการบวมหลังหัตถการหลายประเภทแบบวันต่อวัน ดูได้ที่ อาการบวมหลังทำหัตถการผิวที่โซล ไล่ดูวันต่อวัน ค่ะ บทความนี้จะเจาะเฉพาะฟิลเลอร์ และเรื่องการแยก “บวม” ออกจาก “ก้อน”

วันที่ 4–7: บวมยุบ แต่ยังคลำเจอปุ่ม

พอบวมเริ่มยุบ หลายคนจะเริ่มคลำเจอปุ่มหรือแนวแข็ง ๆ ใต้ผิว และกังวลว่าเป็นก้อนผิดปกติหรือเปล่า

ในช่วงนี้มักพบว่า

  • คลำได้แต่มองไม่เห็น: พบบ่อยที่ริมฝีปาก ร่องแก้ม และคาง เพราะเนื้อฟิลเลอร์ยังไม่ผสานกับเนื้อเยื่อเต็มที่
  • ยังแข็งกว่าเนื้อรอบข้างเล็กน้อย: ฟิลเลอร์บางชนิดออกแบบมาให้แน่นเพื่อให้ทรงคงที่ เช่นที่ใช้กับจมูกหรือคาง จึงรู้สึกแข็งกว่าที่ใช้กับริมฝีปาก
  • รอยช้ำเปลี่ยนสี: จากม่วงเป็นเหลืองเขียวแล้วจางไป

ปุ่มที่คลำได้ ไม่ปวดมากขึ้น ผิวด้านบนสีปกติ และค่อย ๆ นุ่มลงทีละวัน มักเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าที่ ส่วนปุ่มที่เห็นชัดจากภายนอก ใหญ่ขึ้น ปวดมากขึ้น หรือผิวด้านบนเปลี่ยนสี เป็นเรื่องที่ควรส่งรูปให้คลินิกดูค่ะ

บวม แข็ง หรือก้อน คลินิกดูจากอะไร

คลินิกไม่ได้ดูแค่ว่า “มีก้อนไหม” แต่ดูหลายอย่างประกอบกัน คือ อาการเป็นไปในทิศทางไหน ผิวเป็นสีอะไร ปวดแค่ไหน และเกิดขึ้นหลังฉีดมากี่วัน ตารางนี้สรุปแนวทางที่ใช้กันทั่วไปไว้ให้เทียบได้คร่าว ๆ ใช้แทนการประเมินของแพทย์ไม่ได้นะคะ

สิ่งที่สังเกตมักพบได้ ถ้า…ควรส่งรูปหรือแจ้งคลินิก ถ้า…
บวมมากสุดวันที่ 2–3 แล้วค่อย ๆ ยุบยังบวมเพิ่มหลังวันที่ 3 หรือบวมกลับมาใหม่หลังยุบไปแล้ว
ปวด / เจ็บเจ็บเวลากด ค่อย ๆ ลดลงปวดรุนแรง ปวดตุบ ๆ หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
สีผิวแดงเล็กน้อยรอบจุดเข็ม มีช้ำซีดขาว ม่วงคล้ำ เป็นลายด่างคล้ายร่างแห หรือเป็นสีเทาอมฟ้า
ปุ่ม / ก้อนคลำได้ ไม่เห็นชัด นุ่มลงทุกวันเห็นชัด ใหญ่ขึ้น แดงร้อน หรือเพิ่งโผล่หลังผ่านไปหลายวัน
อุณหภูมิอุ่นเล็กน้อยช่วงแรกแดงร้อนลามออก มีหนอง หรือมีไข้
ความไม่สมมาตรต่างกันนิดหน่อยตอนยังบวมต่างกันชัดและไม่ดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ (เป็นเรื่องคุยตอนติดตามผล ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน)

แถวสุดท้ายสำคัญค่ะ ความไม่สมมาตรช่วงที่ยังบวมไม่ใช่สัญญาณฉุกเฉิน และไม่ควรรีบเติมหรือสลายเพราะเห็นในวันแรก ๆ (อ่านเหตุผลในหัวข้อถัดไป)

สัญญาณที่ไม่ควรรอดูเอง

อาการกลุ่มนี้คลินิกแทบทุกแห่งขอให้แจ้งทันที ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด เพราะการจัดการเร็วหรือช้ามีผลต่อผลลัพธ์

  • ปวดรุนแรงหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในชั่วโมงหรือวันแรก ๆ
  • ผิวเปลี่ยนสี: ซีดขาวผิดปกติ ม่วงคล้ำ หรือเป็นลายด่าง อาจมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นตามมา
  • การมองเห็นผิดปกติ: ตามัว เห็นภาพซ้อน มองไม่เห็นบางส่วน หรือปวดตา โดยเฉพาะหลังฉีดบริเวณจมูก ระหว่างคิ้ว หรือหน้าผาก อาการนี้ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที แล้วค่อยติดต่อคลินิก
  • แดงร้อนลามออก มีหนอง หรือมีไข้
  • บวมมากขึ้นทั้งที่ควรจะยุบ หรือมีอาการแพ้ เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก

เราไม่ได้บอกว่าอาการเหล่านี้คือโรคอะไร เพราะต้องให้แพทย์ประเมินเท่านั้น สิ่งที่ควรรู้คือ อาการกลุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องที่รอดูอีกวันได้ ก่อนออกจากคลินิก ควรถามให้ชัดว่าถ้าเกิดอาการเหล่านี้นอกเวลาทำการ หรือตอนกลับถึงไทยแล้ว จะติดต่อใครได้ทางไหน ถ้าอยากเตรียมเรื่องนี้ละเอียดขึ้น ดู ทำหัตถการที่โซลแล้วมีปัญหาตอนกลับถึงไทย ต้องทำยังไง? ค่ะ

ส่งรูปให้คลินิกตอนไหน และถ่ายยังไงให้ใช้ได้

ควรส่งรูปเมื่อ:

  • มีอาการที่อยู่ในคอลัมน์ขวาของตาราง แม้จะยังไม่แน่ใจ
  • ปุ่มหรือก้อนที่คลำได้ เริ่มมองเห็นจากภายนอก
  • ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ยังบวมมากกว่าที่คลินิกบอกไว้
  • คลินิกนัดขอรูปติดตามผล บางแห่งขอรูปวันที่ 3, 7 และ 14 โดยเฉพาะกับลูกค้าต่างชาติที่กลับประเทศไปแล้ว

ส่วนอาการกลุ่มฉุกเฉินให้ โทรหรือติดต่อทันที ไม่ใช่ส่งรูปแล้วรอตอบค่ะ

ถ่ายยังไงให้ประเมินได้จริง:

  • ใช้แสงธรรมชาติหน้าหน้าต่าง หรือไฟสีขาวที่สม่ำเสมอ ไม่ใช้ฟิลเตอร์ ไม่แต่งหน้า
  • ถ่ายหน้าตรง เอียงซ้าย 45° เอียงขวา 45° และด้านข้าง เพื่อให้เทียบสองข้างได้
  • ถ้าเป็นปุ่ม ให้ถ่ายใกล้ ๆ อีกรูปโดยไม่ต้องกด และถ่ายมุมเดิมทุกวัน
  • ถ้าสีผิวเปลี่ยน ให้ถ่ายในแสงที่สีตรงที่สุด และบอกว่าเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไร
  • เขียนสั้น ๆ ว่าฉีดวันไหน ปวดกี่คะแนนจาก 10 อาการแย่ลงหรือดีขึ้น และตอนนี้กินยาอะไรอยู่

เคล็ดลับที่ช่วยได้มากคือ ถ่ายรูปตัวเองไว้ก่อนฉีด ด้วยแสงและมุมเดียวกัน เพราะหลายคนจำหน้าเดิมของตัวเองไม่ได้ชัด และรูปจากคลินิกอาจไม่ได้อยู่ในมือคุณ ถ้าอยากรู้ว่าควรขอเอกสารอะไรจากคลินิกกลับไทยบ้าง เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ปริมาณ และจุดที่ฉีด ดู ทำหัตถการที่โซลแล้วควรขอเอกสารอะไรกลับไทย? ค่ะ

ทำไมผลฟิลเลอร์ต้องดูหลังเข้าที่ ไม่ใช่วันแรก

หลายคนตกใจในวันแรกว่า “ปากใหญ่เกินไป” หรือ “ข้างซ้ายสูงกว่า” แล้วอยากแก้ทันที แต่สิ่งที่เห็นในวันแรกคือ ฟิลเลอร์บวกอาการบวม ไม่ใช่ทรงจริงที่จะคงอยู่

  • บวมทำให้ประเมินปริมาณผิด: ถ้าตัดสินตอนบวม อาจสลายทิ้งทั้งที่ทรงจริงพอดีแล้ว หรือเติมเพิ่มทั้งที่ยังไม่ทันเห็นผลจริง
  • ฟิลเลอร์ต้องใช้เวลาผสานกับเนื้อเยื่อ: ความแข็ง ปุ่ม และความไม่เรียบ มักลดลงในช่วงนี้
  • คลินิกส่วนใหญ่ประเมินและเติมหลัง 2 สัปดาห์: เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปของหลายคลินิก จึงควรถามเงื่อนไขการเติมหรือแก้ไขก่อนจ่ายเงิน (ดู ทัชอัพกับนัดติดตามผลหมายถึงอะไร)

ข้อยกเว้นคือ อาการฉุกเฉิน ซึ่งแพทย์อาจต้องจัดการทันที รวมถึงอาจใช้เอนไซม์สลายฟิลเลอร์ HA (ไฮยาลูโรนิเดส) ได้เลยโดยไม่ต้องรอ เป็นการตัดสินใจของแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้รับบริการเลือกเพราะไม่ชอบทรงในวันแรก

ต้องพูดตรง ๆ ด้วยว่า ฟิลเลอร์ไม่มีผลลัพธ์ที่รับประกันได้ ระยะเวลาที่อยู่ได้ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และร่างกายแต่ละคน โดยทั่วไปอยู่ในช่วงหลายเดือนถึงประมาณหนึ่งปีกว่า บริเวณที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปากมักสลายเร็วกว่า

ใครควรระวังหรือเลื่อนก่อน

ฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับทุกคนทุกเวลา คลินิกส่วนใหญ่มักให้เลื่อนหรือคุยละเอียดก่อนในกรณีต่อไปนี้

  • มีการติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือเริมบริเวณที่จะฉีด
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • กินยาหรืออาหารเสริมที่ทำให้ช้ำง่าย (ต้องแจ้งคลินิกก่อน ดู ยาและอาหารเสริมที่ต้องบอกคลินิก)
  • มีนัดทำฟันหรือมีงานสำคัญในอีกไม่กี่วัน เพราะยังบวมอยู่
  • คาดหวังให้หน้าเปลี่ยนมากในวันเดียว หรือต้องการผลแบบการผ่าตัด

ข้อนี้ใช้ได้กับทุกคนไม่ว่าเพศหรืออัตลักษณ์ใด ทั้งผู้ที่อยากได้หน้าที่ดูนุ่มขึ้นหรือคมขึ้น ควรเล่าเป้าหมายให้คลินิกฟังตรง ๆ เพราะทำให้วางแผนจุดฉีดและปริมาณได้ตรงขึ้นค่ะ

วางแผนทริปโซลยังไงให้มีเวลาดูอาการ

ย่านคลินิกความงามที่คนไทยรู้จักกันมากที่สุดคือ กังนัม (Gangnam) ฝั่งใต้แม่น้ำฮันของโซล นั่งรถไฟจากสนามบินอินชอนประมาณ 1–1.5 ชั่วโมงแล้วแต่เส้นทาง มีคลินิกจำนวนมากรวมอยู่รอบสถานีกังนัมและซินนนฮยอน

สำหรับฟิลเลอร์ แนวที่ใช้กันทั่วไปคือ

  • ฉีดวันแรก ๆ ของทริป เพื่อให้ผ่านช่วงบวมมากที่สุด (วันที่ 2–3) ระหว่างที่ยังอยู่โซล และถ้ามีอาการผิดปกติก็กลับไปให้คลินิกดูได้ เหตุผลละเอียดอยู่ใน ทำไมฟิลเลอร์ควรอยู่วันแรกของทริปโซล
  • ถ้าทริปสั้นกว่าหนึ่งสัปดาห์ คุณจะกลับไทยก่อนครบ 2 สัปดาห์แน่นอน จึงต้องตกลงช่องทางส่งรูปติดตามผลไว้ล่วงหน้า
  • เลี่ยงฉีดก่อนบินกลับไม่กี่ชั่วโมง เพราะถ้ามีอาการผิดปกติจะไม่มีโอกาสกลับไปให้คลินิกดู

เรื่องภาษา คลินิกในกังนัมหลายแห่งมีผู้ประสานงานต่างชาติหรือล่าม ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น ภาษาไทยมีไม่ทุกแห่ง ควรถามก่อนว่าคุยติดตามผลทางแชทเป็นภาษาอะไร และใครเป็นคนตอบ แพทย์หรือผู้ประสานงาน

เรื่องราคา (ประมาณการตลาดโซลทั่วไป ไม่ใช่ราคาของคลินิกใดคลินิกหนึ่ง): ฟิลเลอร์ในโซลมักคิดราคา ต่อบริเวณ หรือ ต่อหลอด/cc แล้วแต่คลินิก ราคามีตั้งแต่ราวหนึ่งแสนวอนสำหรับฟิลเลอร์เกาหลีบางจุด ไปจนถึงหลายแสนวอนต่อจุดสำหรับยี่ห้อนำเข้า (ประมาณ 2,400–10,000 บาทขึ้นไป ที่อัตราราว 41 วอนต่อ 1 บาท ซึ่งเปลี่ยนตามค่าเงิน) อย่าลืมถามด้วยว่าราคารวม VAT แล้วหรือยัง ค่าเอนไซม์สลายถ้าต้องใช้คิดแยกหรือไม่ และนัดติดตามผลมีค่าใช้จ่ายไหม เวลาเทียบราคาสองคลินิก ต้องเทียบหน่วยเดียวกัน (ต่อจุดเทียบต่อจุด ยี่ห้อนำเข้าเทียบยี่ห้อนำเข้า) ราคาสุดท้ายขึ้นกับการประเมินของแต่ละคน จึงบอกล่วงหน้าแน่นอนไม่ได้

ถ้ากำลังมองหาคลินิกฟิลเลอร์ในกังนัม: MIO Clinic

Seoul Skin Notes ดำเนินการโดย MIO Clinic ค่ะ

ถ้าอยากได้สิ่งที่บทความนี้อธิบายมา คือรู้ชนิดฟิลเลอร์และจุดที่ฉีดชัดเจน มีรูปก่อนทำไว้เทียบ และวางวันฉีดให้มีเวลาดูอาการก่อนบิน MIO Clinic ในกังนัมเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ทำได้

  • ฟิลเลอร์คิดราคาต่อบริเวณ และมีสองสาย: สายนำเข้า (Juvederm, Restylane, Belotero) กับสายเกาหลี เช่น ฟิลเลอร์ปาก 349,000 วอน (นำเข้า, ประมาณ 8,500 บาท) หรือ 99,000 วอน (เกาหลี, ประมาณ 2,400 บาท) ฟิลเลอร์จมูก 399,000 วอน (นำเข้า, ประมาณ 9,700 บาท) หรือ 159,000 วอน (เกาหลี, ประมาณ 3,900 บาท) ปริมาณที่ใช้ในแต่ละจุดแพทย์จะตัดสินตอนปรึกษา
  • เอนไซม์สลายฟิลเลอร์ HA: 50,000 วอน (ประมาณ 1,200 บาท) และกรณีสลายฟิลเลอร์ที่ฉีดจากคลินิกอื่น 100,000 วอน (ประมาณ 2,400 บาท)
  • ราคาทั้งหมด ยังไม่รวม VAT เป็นราคาตามที่เผยแพร่ ณ เวลาที่เขียน และ ถ้าต้องการเลือกแพทย์ บวกเพิ่ม 100,000 วอน ตัวเลขบาทเป็นการประมาณเท่านั้น
  • การใช้ยาชา: ฟิลเลอร์เกือบทุกจุดในเมนูของ MIO ใช้ยาชา
  • จังหวะในทริป: MIO แนะนำให้ทำฟิลเลอร์ วันแรกของทริป ซึ่งตรงกับแนวที่อธิบายไว้ข้างบน
  • ประเมินจากข้อมูลก่อนฉีด: MIO ใช้การถ่ายภาพทางคลินิกอย่างละเอียดร่วมกับการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI ประกอบการวางแผน แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนการวิเคราะห์ช่วยให้มีภาพก่อนทำไว้เทียบตอนติดตามผล
  • แพทย์: MIO มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่ละคนดูแลงานหลักต่างกัน งานฟิลเลอร์อยู่ในสายงานหลักของ Jung Guhyun (โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ เลเซอร์) และ Shin Seungyong (ยกกระชับ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ปรับรูปหน้า แอนตี้เอจจิ้ง) ทั้งสองท่านตรวจเป็นภาษาอังกฤษได้ สอบถามได้ตอนปรึกษาว่าใครจะเป็นผู้ดูแลเคสของคุณ

ผลลัพธ์ของแต่ละคนต่างกัน และไม่มีคลินิกไหนรับประกันผลได้ ควรถามเรื่องการติดตามผลหลังกลับไทยให้ชัดก่อนตัดสินใจค่ะ

FAQ

Q: บวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปกติจะยุบภายในกี่วัน? A: ส่วนใหญ่บวมมากที่สุดราววันที่ 2–3 แล้วค่อย ๆ ยุบในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ริมฝีปากและใต้ตาอาจบวมนานกว่าจุดอื่น ถ้ายังบวมเพิ่มหลังวันที่ 3 ควรส่งรูปให้คลินิกดู

Q: คลำเจอปุ่มแข็ง ๆ หลังฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม? A: ปุ่มที่คลำได้แต่มองไม่เห็น ไม่ปวดมากขึ้น ผิวสีปกติ และนุ่มลงทุกวัน มักเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าที่ แต่ถ้าเห็นชัด ใหญ่ขึ้น แดงร้อน หรือปวด ควรแจ้งคลินิก และไม่ควรนวดเองโดยแพทย์ไม่ได้สั่ง

Q: อาการไหนต้องติดต่อคลินิกทันที? A: ปวดรุนแรงหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวซีดขาว ม่วงคล้ำ หรือเป็นลายด่าง แดงร้อนลามพร้อมไข้ หรือมีอาการแพ้ ถ้าการมองเห็นผิดปกติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

Q: สองข้างไม่เท่ากันหลังฉีด ควรรีบเติมหรือสลายไหม? A: ช่วงที่ยังบวม ความไม่สมมาตรเล็กน้อยพบได้บ่อย คลินิกส่วนใหญ่ประเมินผลและพิจารณาเติมหลังผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินที่แพทย์อาจต้องจัดการทันที

Q: กลับไทยก่อนครบ 2 สัปดาห์ จะติดตามผลยังไง? A: ตกลงช่องทางส่งรูปและผู้ที่จะตอบกับคลินิกก่อนบิน ถ่ายรูปมุมเดิมในแสงเดิมตามวันที่นัด ขอชื่อผลิตภัณฑ์ ปริมาณ และจุดที่ฉีดเก็บไว้ และหาโรงพยาบาลใกล้บ้านไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน

Q: ฉีดฟิลเลอร์แล้วนั่งเครื่องบินได้ไหม? A: โดยทั่วไปบินได้ แต่ควรเว้นเวลาให้ผ่านช่วงบวมมากที่สุดก่อน และไม่ควรฉีดก่อนบินไม่กี่ชั่วโมง เพราะถ้ามีอาการผิดปกติจะกลับไปให้คลินิกดูไม่ได้ ควรถามคำแนะนำเฉพาะเคสจากคลินิก


จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล

Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ

MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ 10:00–19:00
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps