หลังทำหัตถการที่โซล คลินิกให้อะไรกลับบ้าน? ของที่มักได้ ของที่ต้องซื้อเอง ใช้ได้กี่วัน และควรแพ็กอะไรขึ้นเครื่องกลับไทย

A scene related to the topic

ถ้าเพิ่งทำเลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ หรือกำจัดไฝที่โซลมา ส่วนใหญ่คุณจะได้ของติดมือกลับไม่กี่อย่างค่ะ ที่พบบ่อยคือคำแนะนำการดูแลตัวเอง (เป็นกระดาษหรือข้อความ) แผ่นมาส์กปลอบประโลมผิว 1–2 แผ่น และบางหัตถการจะได้แผ่นแปะแผลหรือครีมทาแผลชิ้นเล็ก ๆ ด้วย ส่วนกันแดด มอยส์เจอไรเซอร์อ่อนโยน และแผ่นแปะแผลสำรอง มักต้องซื้อเองค่ะ ของที่คลินิกให้ส่วนใหญ่ใช้ได้แค่ 1–3 วันแรก แต่ผิวต้องดูแลต่ออีก 1–2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่คุณกลับถึงไทยแล้ว บทความนี้จะแยกให้ดูว่าอะไรมักได้ฟรี อะไรต้องซื้อ อะไรควรใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง และอะไรไม่ควรเอาขึ้นเลยค่ะ

ของที่แต่ละคลินิกให้ไม่เหมือนกัน และขึ้นกับหัตถการกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย สิ่งที่เขียนในบทความนี้จึงเป็นภาพรวมที่เจอบ่อย ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าจะได้ทุกครั้ง ทางที่ดีที่สุดคือถามคลินิกตรง ๆ ตั้งแต่ตอนปรึกษาค่ะ

ทำไมเรื่องของที่ให้กลับบ้านถึงสำคัญกับคนไทยที่บินมาทำ?

Seoul aesthetic clinic
Photo: cottonbro studio / Pexels.

เพราะช่วงที่ผิวต้องการการดูแลมากที่สุดมักตรงกับวันเดินทางพอดีค่ะ คนที่อยู่โซลจะเดินไปคลินิกได้ถ้ามีอะไรผิดปกติ แต่คุณจะอยู่ห่างออกไปหลายชั่วโมงบิน

โซลอยู่ทางเหนือของเกาหลีใต้ คลินิกส่วนใหญ่ที่คนต่างชาติไปมักอยู่ย่านคังนัม (Gangnam) ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำฮัน จากคังนัมไปสนามบินอินชอนใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง ขึ้นกับรถติดและวิธีเดินทาง เที่ยวบินโซล–กรุงเทพฯ ใช้เวลาราวห้าชั่วโมงกว่า รวมแล้ววันบินกลับคุณจะอยู่ในอากาศแห้ง ๆ ของสนามบินและห้องโดยสารเกือบทั้งวัน ซึ่งเป็นสภาพที่ผิวหลังเลเซอร์ไม่ชอบเลยค่ะ

ถ้ารู้ก่อนว่าคลินิกจะให้อะไร คุณจะไม่ต้องตามหาร้านขายยาในวันสุดท้าย และไม่ต้องลุ้นว่าของในกระเป๋าจะโดนยึดที่จุดตรวจค่ะ

ของที่คลินิกในโซลมักให้กลับบ้าน (แต่ไม่ได้ให้ทุกที่)

ของที่เจอบ่อยมีห้ากลุ่มค่ะ

1. คำแนะนำการดูแลหลังทำ — เกือบทุกคลินิกให้ อาจเป็นกระดาษภาษาเกาหลี/อังกฤษ หรือส่งเป็นข้อความ เนื้อหามักบอกว่าห้ามล้างหน้าแรงกี่ชั่วโมง เลี่ยงซาวน่ากี่วัน ทาอะไรได้ และอาการแบบไหนควรติดต่อกลับ ถ้าอ่านภาษาเกาหลีไม่ได้ ขอฉบับภาษาอังกฤษหรือถ่ายรูปไว้แปลทีหลังค่ะ

2. มาส์กปลอบประโลมผิว — แผ่นมาส์กชีตหรือมาส์กไฮโดรเจล 1–2 แผ่น พบบ่อยหลังเลเซอร์โทนนิ่งหรือทรีตเมนต์ที่ทำให้หน้าแดงชั่วคราว บางคลินิกทำให้ในห้องเลยหลังจบหัตถการ บางที่ใส่ถุงให้กลับไปทำเอง

3. แผ่นแปะแผล (hydrocolloid patch) — มักให้หลังกำจัดไฝ ติ่งเนื้อ หรือหัตถการที่มีแผลเล็ก ๆ จำนวนที่ให้มักพอแค่วันแรก ๆ เท่านั้น

4. ครีมหรือขี้ผึ้งทาแผลขนาดทดลอง — บางคลินิกแบ่งใส่หลอดเล็กให้ บางที่บอกชื่อผลิตภัณฑ์ให้ไปซื้อเองที่ร้านขายยา

5. แผ่นเย็นหรือเจลประคบ — บางที่ให้ประคบในคลินิกหลังฉีด แต่ไม่ค่อยให้เอากลับ และต่อให้ได้มาก็จะไม่เย็นแล้วตอนถึงโรงแรม

ยารับประทาน เป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ถ้าแพทย์เห็นว่าจำเป็น เช่น ยาแก้ปวดหรือยาฆ่าเชื้อ อาจสั่งจ่ายเป็นรายกรณี ซึ่งที่เกาหลีบางครั้งต้องเอาใบสั่งยาไปรับที่ร้านขายยาแยกต่างหาก อย่าคาดหวังว่าจะได้ยาทุกครั้ง และถ้าได้มา ให้ถามชื่อยา ขนาด และวิธีกินเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วยค่ะ

ตัวอย่างจากเมนูของ MIO: ของที่รวมในราคากับของที่เป็นเมนูแยก

วิธีที่ชัดที่สุดคือดูว่าเมนูเขียนไว้ว่ารวมอะไรบ้างค่ะ เมนูของ MIO Clinic ที่เผยแพร่อยู่ตอนเขียนบทความนี้มีตัวอย่างที่เห็นภาพชัด (ราคาทั้งหมดยังไม่รวม VAT ส่วนเงินบาทคิดคร่าว ๆ ที่ประมาณ 1 บาท ≈ 40 วอน อัตราจริงขึ้นลงตามวัน):

  • Picosure โทนนิ่ง + มาสก์หน้า ราคา KRW 39,000 (ราคาปกติ 49,000) ≈ 975 บาท เมนูนี้รวมมาส์กไว้ในบรรทัดเดียวกันเลย เป็นแบบไม่ต้องใช้ยาชา และจัดวันไหนของทริปก็ได้
  • PicoSure Dual โทนนิ่ง + มาส์กหน้า ราคา KRW 85,000 (ราคาปกติ 109,000) ≈ 2,125 บาท ตัวนี้ใช้ยาชา และทางคลินิกแนะนำให้จัดเป็น วันท้ายของทริป
  • โพเทนซ่า ทั่วหน้า ราคา KRW 89,000 (ราคาปกติ 99,000) ≈ 2,225 บาท ใช้ยาชา แนะนำให้จัดวันท้ายทริปเหมือนกัน ในบรรทัดเมนูไม่ได้เขียนว่ารวมมาส์กหรือของดูแลหลังทำ จึงควรถามก่อนว่าได้อะไรกลับบ้านบ้าง
  • กำจัดไฝ ขนาดไม่เกิน 2 มม. KRW 10,000 (≈ 250 บาท) / เกิน 2 มม. หรือสิวข้าวสาร ติ่งเนื้อ หูด KRW 20,000 (≈ 500 บาท) / เกิน 5 มม. KRW 50,000 (≈ 1,250 บาท) ใช้ยาชา และแนะนำให้จัดวันท้ายทริป เป็นหัตถการที่ต้องใช้แผ่นแปะแผลต่อหลายวันที่สุดในกลุ่มนี้

ถ้าอยากได้การดูแลผิวเพิ่มอีกรอบในคลินิกก่อนบิน เมนูของ MIO มีทรีตเมนต์แยก เช่น LDM เติมความชุ่มชื้น (6 นาที) KRW 29,000 (ราคาปกติ 39,000) ≈ 725 บาท หรือ Cryotherapy KRW 39,000 ≈ 975 บาท ทั้งสองแบบไม่ต้องใช้ยาชาและจัดวันไหนก็ได้ ตัวไหนเหมาะกับผิวหลังหัตถการแบบไหน แพทย์จะเป็นคนดูให้ อย่าเลือกเองจากชื่อเมนูค่ะ

ที่ MIO มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ซึ่งทำงานด้านนี้มาก่อนเปิด MIO แต่ละท่านมีสายที่ดูหลัก เช่น คุณหมอคิม โดยอง ดูเลเซอร์ ฝ้ากระ และสิวเป็นหลัก ส่วนคุณหมออี ซึงอุก ดูสิว แผลเป็น และรูขุมขน ถ้าคุณทำโพเทนซ่าหรือพิโคเพราะเรื่องผิว ให้ถามตอนปรึกษาได้เลยว่าท่านไหนดูเคสแบบนี้ และหลังทำควรใช้อะไรต่อ ถ้าต้องการระบุแพทย์เอง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม KRW 100,000 (≈ 2,500 บาท) ค่ะ

ก่อนทำ MIO จะประเมินผิวด้วยการถ่ายภาพทางคลินิกอย่างละเอียดและการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI เพื่อวางแผน ข้อมูลนี้ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจ ไม่ได้วินิจฉัยแทนแพทย์ แต่มีประโยชน์ตอนพูดเรื่องการดูแลหลังทำด้วย เพราะคุณจะรู้ว่าผิวตัวเองแห้งหรือไวแค่ไหน ซึ่งช่วยตอบได้ว่าควรเตรียมอะไรติดตัวกลับค่ะ

ของที่มักต้องซื้อเอง และราคาคร่าว ๆ ในโซล

ของกลุ่มนี้คลินิกส่วนใหญ่ไม่ให้ หรือให้แค่พอเริ่มใช้ค่ะ ราคาด้านล่างเป็นช่วงราคาทั่วไปตามร้านเครื่องสำอางและร้านขายยาในโซล เป็นตัวเลขโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาของ MIO

ของทำไมต้องมีราคาคร่าว ๆ ในโซล
กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายหลังเลเซอร์ผิวไวต่อแดดกว่าปกติ ต้องทาต่อหลายสัปดาห์ประมาณ 15,000–30,000 วอน (≈ 375–750 บาท)
มอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมฟื้นฟูผิวผิวแห้งตึงหลังทำ โดยเฉพาะบนเครื่องบินประมาณ 15,000–35,000 วอน (≈ 375–875 บาท)
แผ่นแปะแผล hydrocolloidเปลี่ยนวันละครั้งหลังกำจัดไฝ ของที่คลินิกให้มักไม่พอประมาณ 3,000–10,000 วอนต่อกล่อง (≈ 75–250 บาท)
มาส์กชีตแบบปลอบประโลมใช้คืนแรกที่ไทย หรือหลังลงเครื่องประมาณ 1,000–5,000 วอนต่อแผ่น (≈ 25–125 บาท)
คลีนเซอร์อ่อนโยนช่วงแรกห้ามใช้สครับหรือกรดประมาณ 10,000–25,000 วอน (≈ 250–625 บาท)

ข้อควรระวังมีสองข้อค่ะ ข้อแรก อย่าเชื่อป้าย “after laser” บนขวดแทนคำแนะนำของแพทย์ ถ้าแพทย์บอกให้เลี่ยงส่วนผสมบางอย่าง เช่น เรตินอล AHA/BHA หรือวิตามินซีความเข้มข้นสูงในช่วงแรก ให้อ่านส่วนผสมเอง ข้อสอง ของที่ใช้ประจำอยู่แล้วที่ไทยอาจดีกว่าของใหม่ เพราะรู้แล้วว่าผิวไม่แพ้ การลองผลิตภัณฑ์ใหม่หลายตัวพร้อมกันตอนผิวไวทำให้แยกไม่ได้ว่าอะไรทำให้ระคายเคืองค่ะ

ของที่ได้มาใช้ได้กี่วัน? เทียบกับระยะที่ผิวต้องดูแลจริง

ของที่คลินิกให้ส่วนใหญ่ครอบคลุมแค่ช่วงแรกค่ะ ส่วนระยะที่ต้องดูแลจริงยาวกว่านั้น

  • มาส์ก 1–2 แผ่น ใช้ได้ 1–2 คืน ส่วนอาการแดงหรือตึงหลังเลเซอร์โทนนิ่งมักหายภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน แต่ผิวยังแห้งง่ายต่อไปอีกหลายวัน
  • แผ่นแปะแผลที่ได้มา มักพอ 1–3 วัน แต่แผลกำจัดไฝมักต้องปิดหรือดูแลต่อราว 1 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นตามขนาดแผล หลังแผลปิดแล้ว ผิวตรงนั้นอาจมีสีชมพูหรือเข้มกว่ารอบ ๆ อยู่หลายสัปดาห์ จึงต้องกันแดดต่อ
  • ครีมขนาดทดลอง มักใช้ได้ไม่กี่วัน
  • คำแนะนำ อาจระบุช่วงเวลาที่ต้องระวังไว้เป็นสัปดาห์ เช่น เรื่องแดดหลังเลเซอร์ หรือเรื่องนวดหน้าหลังฉีดฟิลเลอร์

แต่ละคนหายเร็วช้าไม่เท่ากันค่ะ คนผิวไว ผิวคล้ำที่มีแนวโน้มเกิดรอยดำหลังอักเสบ หรือคนที่มีแผลใหญ่ อาจต้องดูแลนานกว่าตัวเลขข้างบน ถ้าอยากรู้ว่าอาการบวมแต่ละวันแบบไหนถือว่าปกติ อ่านต่อได้ที่ อาการบวมหลังทำหัตถการผิวที่โซล ไล่ดูวันต่อวัน ค่ะ

ควรแพ็กอะไรขึ้นเครื่อง อะไรใส่กระเป๋าโหลด

หลักง่าย ๆ คือ ของที่ต้องใช้ระหว่างทางใส่กระเป๋าถือ ของที่ใช้ตอนถึงไทยแล้วใส่กระเป๋าโหลด และจำกฎของเหลวไว้ด้วยค่ะ

กฎของเหลวในกระเป๋าถือ: เที่ยวบินระหว่างประเทศส่วนใหญ่ รวมถึงขาออกจากอินชอน จำกัดของเหลว เจล และครีมในกระเป๋าถือไว้ที่ภาชนะละไม่เกิน 100 มล. และใส่รวมในถุงใสปิดได้ใบเดียว (ประมาณ 1 ลิตร) ครีม เจลประคบ และกันแดดนับเป็นของเหลวหรือเจลทั้งหมด ถ้าหลอดใหญ่กว่า 100 มล. ต่อให้เหลือครีมนิดเดียวก็อาจโดนยึดค่ะ ก่อนบินให้เช็กกฎของสายการบินและสนามบินอีกครั้ง เพราะรายละเอียดเปลี่ยนได้

ใส่กระเป๋าถือ:

  • มาส์กชีต 1 แผ่น (ซองมาส์กมีเซรั่ม ควรใส่ถุงใสไปด้วยเพื่อความชัวร์)
  • มอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมฟื้นฟูหลอดเล็กไม่เกิน 100 มล. ทาซ้ำบนเครื่องได้
  • แผ่นแปะแผลสำรองสองสามแผ่น ถ้าเพิ่งกำจัดไฝ
  • กันแดดหลอดเล็ก ช่วงรอที่สนามบินหรือตอนนั่งริมหน้าต่างก็โดนแดดได้
  • หน้ากากอนามัย ช่วยกันฝุ่นและลดการเอามือไปจับหน้า
  • ยาที่แพทย์สั่ง พร้อมฉลากหรือเอกสารที่บอกชื่อยา

ใส่กระเป๋าโหลด: ขวดหรือกระปุกที่ใหญ่กว่า 100 มล. ซื้อตุนไว้ใช้ที่ไทย

ไม่จำเป็นต้องเอาขึ้นเครื่อง: เจลประคบเย็น เพราะนับเป็นเจล และกว่าจะได้ใช้ก็ไม่เย็นแล้ว ถ้าต้องประคบบนเครื่อง ขอน้ำแข็งจากลูกเรือแล้วห่อผ้าสะอาดง่ายกว่า (แต่อย่าประคบนานต่อเนื่องจนผิวเย็นจัด)

เอกสาร: เก็บคำแนะนำการดูแล ชื่อหัตถการ และชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไว้ในมือถือ ถ้ามีอะไรผิดปกติที่ไทย แพทย์ที่ไทยจะได้รู้ว่าคุณทำอะไรมา รายละเอียดเรื่องเอกสารอ่านได้ที่ ทำหัตถการที่โซลแล้วควรขอเอกสารอะไรกลับไทย ค่ะ

จัดตารางทริปยังไงให้ไม่ต้องดูแลแผลบนเครื่อง

ส่วนนี้ต้องดูทีละหัตถการค่ะ เพราะคำแนะนำเรื่องวันในทริปแตกต่างกันชัดเจน

  • ฟิลเลอร์ ทุกจุดในเมนูของ MIO แนะนำให้จัด วันแรกของทริป เพราะต้องมีเวลาให้อาการบวมยุบและนัดดูผลก่อนกลับ กรณีนี้ของที่ต้องเตรียมจึงเป็นเรื่องการประคบเย็นในช่วงแรกตามที่แพทย์บอก ไม่ใช่เรื่องแผล
  • หัตถการที่ใช้ยาชาและทำให้ผิวเป็นแผลเล็ก ๆ อย่างโพเทนซ่า PicoSure Dual และการกำจัดไฝ ทางคลินิกแนะนำให้จัด วันท้ายของทริป แปลว่าคุณจะบินกลับขณะที่ผิวยังอยู่ในช่วงแรกของการฟื้นตัว ของในกระเป๋าถือจึงสำคัญที่สุดสำหรับกลุ่มนี้
  • หัตถการที่ไม่ใช้ยาชา อย่าง Picosure โทนนิ่ง + มาสก์หน้า, LDM หรือ Cryotherapy จัดวันไหนก็ได้

ถ้าทริปสั้นและทำงานวันธรรมดา MIO เปิดวันอาทิตย์ด้วย จึงจัดหัตถการวันสุดท้ายในวันอาทิตย์ก่อนบินได้ค่ะ ส่วนเรื่องห้ามออกกำลังกาย เข้าซาวน่า หรือไปจิมจิลบังหลังทำ แยกตามหัตถการไว้ที่ ทำหัตถการผิวที่โซลแล้ว ออกกำลังกาย เข้าซาวน่า หรือไปจิมจิลบังได้เมื่อไร

อาการแบบไหนที่ของในกระเป๋าแก้ไม่ได้ ต้องติดต่อคลินิก

ของดูแลหลังทำช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและการปกป้องผิวเท่านั้นค่ะ ไม่ได้รักษาภาวะแทรกซ้อน ถ้ามีอาการเหล่านี้ ให้ติดต่อคลินิกที่ทำหรือพบแพทย์ที่ไทย ไม่ต้องรอดูว่าจะหายเอง:

  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • แผลบวมแดงร้อน มีหนอง หรือมีไข้
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ ผิวบริเวณนั้นซีด เป็นสีม่วงคล้ำเป็นปื้น หรือปวดผิดปกติ
  • ผื่นคันหรือบวมหลังทาผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้หยุดใช้ตัวนั้นก่อน

ก่อนออกจากคลินิก ถามช่องทางติดต่อหลังกลับประเทศให้ชัด และถามว่าส่งรูปให้แพทย์ดูได้ไหม เรื่องนี้มีประโยชน์กว่าครีมทุกหลอดในกระเป๋าค่ะ

ใครควรวางแผนเรื่องนี้ละเอียดเป็นพิเศษ

  • คนที่ผิวไวหรือแพ้ง่าย ควรเอาผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วปลอดภัยติดไปจากไทย แทนการซื้อใหม่ที่โซล
  • คนที่มีแนวโน้มเกิดรอยดำหลังอักเสบ ต้องกันแดดต่อจริงจัง เพราะแดดเมืองไทยแรงกว่าแดดโซลช่วงส่วนใหญ่ของปี
  • คนที่ทำหลายหัตถการในทริปเดียว ให้ขอคำแนะนำการดูแลแยกของแต่ละหัตถการ เพราะบางข้ออาจขัดกัน
  • คนที่บินต่อหรือมีทริปต่อหลังกลับ เช่น ไปทะเลหรือเดินกลางแดดทั้งวัน ควรบอกแพทย์ตอนปรึกษา เพราะอาจต้องเลื่อนหรือเปลี่ยนหัตถการ

ทุกเพศและทุกอัตลักษณ์ใช้หลักเดียวกันค่ะ สิ่งที่กำหนดการดูแลหลังทำคือหัตถการและสภาพผิว ไม่ใช่เพศ

FAQ

Q: คลินิกที่โซลให้ครีมทาแผลกลับบ้านทุกครั้งไหม? A: ไม่ทุกครั้งค่ะ บางที่ให้หลอดเล็ก บางที่บอกชื่อผลิตภัณฑ์ให้ไปซื้อเอง ถามตั้งแต่ตอนปรึกษาว่าหัตถการที่คุณทำจะได้อะไรกลับไปบ้าง

Q: เอาครีมหลังเลเซอร์ขึ้นเครื่องได้ไหม? A: ได้ ถ้าภาชนะไม่เกิน 100 มล. และใส่ในถุงใสตามกฎของเหลว ขวดที่ใหญ่กว่านั้นให้ใส่กระเป๋าโหลดค่ะ

Q: มาส์กที่ได้จากเมนู Picosure โทนนิ่ง + มาสก์หน้า ของ MIO ใช้ตอนไหน? A: มาส์กรวมอยู่ในบรรทัดเมนูนั้น (KRW 39,000 ไม่รวม VAT ตามที่เผยแพร่ตอนเขียน) วิธีใช้และจังหวะเวลาให้ทำตามที่คลินิกแนะนำในวันนั้นค่ะ

Q: กำจัดไฝแล้วต้องใช้แผ่นแปะแผลกี่วัน? A: ส่วนใหญ่ราว 1 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นตามขนาดแผล ซึ่งมักนานกว่าจำนวนแผ่นที่คลินิกให้ ควรซื้อสำรองไว้ และกันแดดต่อหลังแผลปิดค่ะ

Q: ควรซื้อสกินแคร์เกาหลีชุดใหม่มาใช้หลังทำเลยไหม? A: ไม่จำเป็นค่ะ ช่วงผิวไว ใช้ของที่รู้แล้วว่าไม่แพ้ปลอดภัยกว่า ถ้าจะซื้อใหม่ เลือกแค่ที่แพทย์แนะนำ และอย่าเปิดใช้หลายตัวพร้อมกัน

Q: ถ้ามีอาการผิดปกติหลังกลับไทย ต้องทำอย่างไร? A: ถ่ายรูปแล้วติดต่อคลินิกที่ทำตามช่องทางที่ถามไว้ก่อนกลับ ถ้าปวดมาก มีไข้ หรือผิวเปลี่ยนสีหลังฉีด ให้พบแพทย์ที่ไทยทันที และเอาเอกสารหัตถการไปด้วยค่ะ


จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล

Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ

MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ 10:00–19:00
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps

Discover more from Seoul Skin Notes by MIO

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading