ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก (HA) ทั้งห้าจุดนี้เป็นเจลตัวเดียวกัน แต่ใช้ทำงานคนละแบบค่ะ จมูกกับคางต้องการ “โครง” คือเสริมความสูงหรือความยื่นให้ชัดขึ้น ปากต้องการ “รูปทรงกับความอิ่ม” ส่วนใต้ตากับร่องแก้มคือ “เติมเงา” ที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยหรือดูมีอายุ จุดที่ต่างกันทำให้ความรู้สึกระหว่างฉีด อาการบวมหลังฉีด และความเสี่ยงต่างกันไปด้วย ปริมาณที่ต้องใช้ขึ้นกับโครงหน้าและผิวของแต่ละคน จึงต้องประเมินต่อหน้าก่อน ไม่มีคลินิกไหนบอกจำนวนซีซีที่แน่นอนได้จากรูปถ่ายรูปเดียว
บทความนี้เรียงให้ดูทีละจุดว่าแต่ละจุดแก้อะไร ไม่เหมาะกับใคร เจ็บแค่ไหน และควรวางแผนทริปที่โซลอย่างไรค่ะ
ฟิลเลอร์ห้าจุดนี้ต่างกันตรงไหน ถ้าดูแบบภาพรวม?

ต่างกันหลักๆ ที่ “หน้าที่” ของเจลในแต่ละตำแหน่งค่ะ บางจุดต้องใช้เจลที่แข็งแรงพอจะคงรูปทรง บางจุดต้องใช้เจลที่นุ่มและกระจายตัวได้เนียนใต้ผิวบาง
| จุด | แก้อะไรเป็นหลัก | ความไวของบริเวณ | อาการบวมโดยทั่วไป |
|---|---|---|---|
| จมูก | สันจมูกแบน ปลายจมูกไม่พุ่ง มุมจมูกไม่คม | เจ็บปานกลาง แต่เป็นจุดที่ต้องระวังเรื่องหลอดเลือดมากที่สุด | บวมเล็กน้อย 1–3 วัน |
| ปาก | ปากบาง ขอบปากไม่ชัด ปากไม่สมมาตร | ไวต่อความรู้สึกมากที่สุดในห้าจุด | บวมชัดที่สุด มักยุบใน 2–5 วัน |
| คาง | คางสั้น คางถอย หน้าข้างไม่มีมิติ | เจ็บปานกลาง | บวมน้อย 1–3 วัน |
| ใต้ตา | บริเวณใต้ตาดูลึกหรือดูเหนื่อย | ผิวบาง ช้ำได้ง่าย | อาจบวมหรือช้ำนานกว่า |
| ร่องแก้ม | ร่องจากข้างจมูกลงมุมปากที่ลึก | เจ็บปานกลาง | บวมเล็กน้อย 1–3 วัน |
ตัวเลขวันในตารางเป็นช่วงทั่วไปที่พบบ่อยค่ะ แต่ละคนต่างกันได้มาก บางคนช้ำง่ายกว่า บางคนบวมนานกว่า โดยเฉพาะถ้าเพิ่งกินยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
ฟิลเลอร์จมูกแก้อะไร และทำไมต้องระวังเป็นพิเศษ?
ฟิลเลอร์จมูกใช้ยกสันจมูกให้สูงขึ้น ทำให้ปลายจมูกพุ่งขึ้นเล็กน้อย หรือเติมมุมระหว่างหน้าผากกับสันจมูกให้เส้นต่อกันเนียนขึ้นค่ะ ทำไม่ได้คือ “ทำให้จมูกเล็กลง” หรือ “ทำให้ปีกจมูกแคบลง” เพราะฟิลเลอร์เพิ่มปริมาตร ไม่ได้ลดขนาด ถ้าปัญหาหลักคือจมูกใหญ่หรือปีกจมูกกว้าง ฟิลเลอร์อาจไม่ใช่คำตอบ
เรื่องความปลอดภัย จมูกเป็นจุดที่แพทย์ต้องระมัดระวังมากที่สุดในห้าจุด เพราะมีหลอดเลือดที่เชื่อมไปยังบริเวณรอบดวงตา ภาวะหลอดเลือดอุดตันจากฟิลเลอร์พบได้น้อย แต่ถ้าเกิดขึ้นถือเป็นเหตุฉุกเฉิน สัญญาณที่ต้องแจ้งทันทีคือ ปวดมากผิดปกติ ผิวซีดหรือเป็นลายม่วง หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป
ไม่เหมาะกับ คนที่เคยผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนหรือวัสดุอื่น (ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนเสมอ) คนที่จมูกมีการอักเสบหรือติดเชื้ออยู่ และคนที่อยากได้จมูกสูงมากเกินกว่าที่ผิวจมูกจะรับได้ เพราะการฉีดมากเกินไปเพิ่มแรงกดบนผิวและเพิ่มความเสี่ยง
ที่ MIO ฟิลเลอร์จมูกในเมนูมีสองสาย คือสายนำเข้า (Juvederm, Restylane, Belotero) KRW 399,000 และสายเกาหลี KRW 159,000 ต่อบริเวณ ประมาณ 10,000 บาท และ 4,000 บาท ตามลำดับ (ราคาไม่รวม VAT ตามที่เผยแพร่ ณ เวลาที่เขียน อัตราแลกเปลี่ยนเป็นค่าประมาณ) ทั้งสองแบบใช้ยาชา และ MIO แนะนำให้ทำวันแรกของทริป เพื่อให้แพทย์มีเวลาดูอาการระหว่างที่คุณยังอยู่ในโซล
ฟิลเลอร์ปากต่างจากจุดอื่นยังไง และทำไมบวมมากที่สุด?
ฟิลเลอร์ปากใช้เพิ่มความอิ่ม ทำขอบปากให้ชัด หรือปรับให้ริมฝีปากบนล่างสมดุลกันมากขึ้นค่ะ ปากเป็นกล้ามเนื้อที่ขยับตลอดเวลาและมีเส้นประสาทหนาแน่น จึงเป็นจุดที่รู้สึกมากที่สุด และบวมชัดที่สุดในช่วงสองสามวันแรก วันถัดจากฉีดปากอาจดูใหญ่กว่าผลจริงค่อนข้างมาก อย่าเพิ่งตัดสินผลในวันนั้น
ปากยังเป็นจุดที่ผลมักอยู่ได้สั้นกว่าจุดที่ไม่ค่อยขยับอย่างคาง เพราะการเคี้ยว การพูด และการยิ้มทำให้เจลสลายเร็วขึ้น ระยะเวลาต่างกันไปตามชนิดเจลและร่างกายแต่ละคน
ไม่เหมาะกับ คนที่มีเริมที่ปากกำเริบอยู่ (ควรรอให้หายก่อน และบอกแพทย์ถ้าเป็นบ่อย) และคนที่ต้องการปากใหญ่เกินสัดส่วนหน้า ซึ่งมักทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
ในเมนูของ MIO ฟิลเลอร์ปากสายนำเข้า KRW 349,000 (ประมาณ 8,700 บาท) และสายเกาหลี KRW 99,000 (ประมาณ 2,500 บาท) ต่อบริเวณ ไม่รวม VAT มีเมนูคู่ “ฟิลเลอร์ปาก + โบท็อกซ์ยกมุมปาก (เกาหลี)” KRW 109,000 สำหรับคนที่มุมปากตกด้วย ใช้ยาชาทุกแบบ ส่วน “รีจูรัน HB ริมฝีปาก” (KRW 175,000) เป็นสกินบูสเตอร์บำรุงเนื้อริมฝีปาก ไม่ได้เพิ่มรูปทรงแบบฟิลเลอร์ จึงเป็นคนละเป้าหมายกันค่ะ
ฟิลเลอร์คางแก้อะไร และเหมาะกับใครบ้าง?
ฟิลเลอร์คางช่วยให้คางยื่นหรือยาวขึ้นเล็กน้อย ทำให้หน้าข้างมีมิติ และช่วยให้สัดส่วนหน้าจากหน้าผากถึงคางดูสมดุลขึ้นค่ะ คางเป็นจุดที่ขยับน้อย เจลจึงมักคงรูปได้ดีกว่าปาก และอาการบวมมักน้อยกว่า
คางยังเป็นจุดที่ใช้ปรับโครงหน้าได้หลายทิศทาง คนที่อยากได้คางเรียวแหลมกับคนที่อยากได้คางกว้างและแข็งแรงขึ้นใช้การฉีดคนละแบบ ซึ่งรวมถึงคนข้ามเพศและคนที่อยากปรับหน้าให้ดูอ่อนหวานหรือดูเข้มขึ้น เป้าหมายแบบไหนก็คุยได้ตรงๆ ตอนปรึกษา แพทย์จะดูจากโครงกระดูกจริงของคุณว่าทิศทางไหนทำได้แค่ไหน
ไม่เหมาะกับ คนที่คางถอยมากจากโครงกระดูกหรือการสบฟัน ซึ่งฟิลเลอร์อาจช่วยได้แค่บางส่วน และคนที่ปัญหาจริงคือกล้ามเนื้อกรามใหญ่ (กรณีนั้นโบท็อกซ์กรามอาจตรงกว่า)
MIO ระบุฟิลเลอร์คางสายนำเข้า KRW 299,000 (ประมาณ 7,500 บาท) และสายเกาหลี KRW 99,000 (ประมาณ 2,500 บาท) ต่อบริเวณ ไม่รวม VAT สายนำเข้าใช้ยาชา ส่วนสายเกาหลีเมนูระบุว่ารู้สึกแสบแค่ช่วงสั้นๆ ความต่างของราคาในแต่ละจุดอธิบายไว้ละเอียดในบทความเทียบส่วนต่างราคาฟิลเลอร์นำเข้า vs เกาหลีทีละจุดค่ะ
ฟิลเลอร์ใต้ตาทำอะไรได้ และทำไมต้องคุยให้ชัดก่อน?
“ใต้ตา” เป็นคำที่คนใช้หมายถึงสองเรื่องที่ต่างกันมากค่ะ เรื่องแรกคือ ถุงใต้ตาเล็กๆ ที่ทำให้ตาดูยิ้ม (ที่เกาหลีเรียกว่า ดอลลี่อาย หรือ aegyo-sal) เรื่องที่สองคือ ร่องลึกใต้ตาที่ทำให้หน้าดูเหนื่อย สองเรื่องนี้ใช้เทคนิคต่างกัน
ในเมนูของ MIO บริเวณนี้มีรายการ “ดอลลี่อาย (Belotero Soft)” KRW 349,000 (ประมาณ 8,700 บาท ไม่รวม VAT) ซึ่งเป็นเจลเนื้อนุ่ม ใช้ยาชา ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือเติมร่องลึกใต้ตามากกว่าสร้างถุงยิ้ม ให้แจ้งตรงๆ ตอนปรึกษา เพื่อให้แพทย์บอกว่าเหมาะกับคุณหรือไม่ อย่าสมมติว่าชื่อเมนูตรงกับสิ่งที่อยากได้
ผิวใต้ตาบางที่สุดในห้าจุดนี้ ช้ำได้ง่ายกว่าและบางคนบวมนานกว่าจุดอื่น ถ้าฉีดตื้นหรือมากเกินไปอาจเห็นเป็นก้อนหรือเงาสีฟ้าใต้ผิว
ไม่เหมาะกับ คนที่มีถุงไขมันใต้ตาโป่งชัด (ฟิลเลอร์อาจทำให้ดูบวมขึ้น) คนที่ตาบวมน้ำง่ายตอนเช้าเป็นประจำ และคนที่คล้ำใต้ตาจากสีผิวหรือเส้นเลือด ซึ่งฟิลเลอร์ไม่ได้แก้
ฟิลเลอร์ร่องแก้มช่วยได้แค่ไหน?
ร่องแก้ม (ร่องจากข้างจมูกลงไปมุมปาก) เป็นจุดที่คนอยากแก้เพราะทำให้หน้าดูมีอายุค่ะ ฟิลเลอร์ช่วยเติมให้ร่องตื้นลงได้ แต่ร่องนี้หลายครั้งเกิดจากเนื้อแก้มด้านบนที่หย่อนลงมา ถ้าเติมแค่ที่ร่องอย่างเดียวโดยไม่ดูต้นเหตุ อาจได้หน้าที่ดูหนาบริเวณรอบปากแทน
แพทย์จึงมักดูทั้งแก้มส่วนหน้าและแก้มข้างไปพร้อมกัน บางคนเติมที่แก้มเล็กน้อยแล้วร่องตื้นลงเองโดยไม่ต้องฉีดที่ร่องมาก บางคนเหมาะกับการยกกระชับมากกว่าการเติมปริมาตร
ในเมนูของ MIO ร่องแก้มรวมอยู่ในรายการ “ร่องแก้ม / แก้มหน้า / แก้มข้าง” สายนำเข้า KRW 349,000 (ประมาณ 8,700 บาท) และสายเกาหลี KRW 99,000 (ประมาณ 2,500 บาท) ไม่รวม VAT ใช้ยาชา
ทำไมปริมาณที่ต้องใช้ถึงบอกล่วงหน้าไม่ได้?
เพราะปริมาณขึ้นกับสิ่งที่วัดได้จากหน้าคุณเท่านั้นค่ะ เช่น ความหนาของผิว ความลึกของร่อง โครงกระดูกใต้ผิว ความสมมาตรซ้ายขวา และผลลัพธ์ที่คุณอยากได้ คนสองคนที่บอกว่า “อยากทำจมูก” อาจต้องการปริมาณต่างกันมาก
MIO คิดราคาฟิลเลอร์เป็น “ต่อบริเวณ” ไม่ใช่ต่อซีซี (อ่านเพิ่มได้ในบทความเรื่องการอ่านราคาฟิลเลอร์แบบต่อจุด) ปริมาณที่ใช้จริงในแต่ละบริเวณจึงกำหนดตอนปรึกษา ก่อนตกลงให้ถามให้ชัดว่าใบเสนอราคาเป็นสายนำเข้าหรือสายเกาหลี และครอบคลุมบริเวณไหนบ้าง
ก่อนวางแผน MIO ใช้การถ่ายภาพทางคลินิกแบบละเอียดและการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI ประกอบการประเมินโครงหน้า ทำให้ข้อเสนอมาจากข้อมูลที่วัดได้ ไม่ใช่การมองผ่านๆ ข้อมูลนี้ช่วยแพทย์วางแผน แต่แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ผลวิเคราะห์ ซึ่งช่วยได้มากสำหรับคนที่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกับแพทย์ เพราะคุยกันผ่านภาพและตัวเลขบนหน้าจอได้
แพทย์ของ MIO มีประสบการณ์และแต่ละท่านมีจุดที่ทำเป็นหลักต่างกัน งานฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในงานหลักของแพทย์ที่ดูแลด้านโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และปรับรูปหน้า ถามได้ตอนปรึกษาว่าท่านไหนดูแลบริเวณที่คุณสนใจ (การระบุชื่อแพทย์เองมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม KRW 100,000 ตามเมนู)
ถ้าผลไม่ชอบ แก้ได้ไหม?
ฟิลเลอร์ HA สลายได้ด้วยเอนไซม์ที่เรียกว่าไฮยาลูโรนิเดสค่ะ นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ฟิลเลอร์ HA ปลอดภัยกว่าวัสดุแบบถาวรในแง่ของการแก้ไข และยังเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการภาวะแทรกซ้อนอย่างหลอดเลือดอุดตันด้วย
MIO ระบุเอนไซม์สลายฟิลเลอร์ไว้ที่ KRW 50,000 และกรณีฟิลเลอร์ที่ฉีดมาจากคลินิกอื่น KRW 100,000 (ไม่รวม VAT) ถ้าคุณเคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน ควรบอกแพทย์ว่าฉีดที่ไหน จุดไหน และประมาณเมื่อไหร่ เพราะฟิลเลอร์เก่าที่ยังค้างอยู่มีผลต่อปริมาณที่ควรเติมใหม่
ข้อควรจำคือ ถ้ามีอาการผิดปกติหลังฉีด ให้ติดต่อคลินิกทันที อย่ารอดูเองหลายวัน
ควรวางแผนทริปโซลยังไงถ้าจะฉีดฟิลเลอร์?
ควรฉีดวันแรกๆ ของทริป ค่ะ MIO แนะนำให้ฟิลเลอร์ทุกจุดอยู่ในกลุ่ม “วันแรก” เหตุผลคือถ้ามีจุดไหนต้องปรับ หรือมีอาการที่แพทย์อยากดู คุณยังอยู่ใกล้คลินิก การฉีดวันสุดท้ายแล้วขึ้นเครื่องทันทีตัดโอกาสนั้นทิ้งไป อ่านวิธีจัดตารางทั้งทริปได้ในบทความว่าหัตถการไหนควรทำวันแรกหรือวันสุดท้าย
ถ้าคุณยังไม่คุ้นกับโซล ย่านกังนัมอยู่ฝั่งใต้ของแม่น้ำฮัน จากสนามบินอินชอนใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงเศษด้วยรถบัสสนามบินหรือรถไฟต่อรถไฟใต้ดิน ขึ้นกับการจราจร คลินิกอยู่ห่างสถานีกังนัมทางออก 4 ราวสามนาทีเดิน
ข้อควรปฏิบัติทั่วไปหลังฉีด: งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก เลี่ยงซาวน่า สปาร้อน และการออกกำลังกายหนักสักระยะ งดแอลกอฮอล์ช่วงแรกเพื่อลดบวม ถ้าฉีดจมูก ให้ถามแพทย์เรื่องการใส่แว่นตาที่วางบนสันจมูก
ส่วนการบินกลับไทย เที่ยวบินโซล–กรุงเทพฯ ราวห้าถึงหกชั่วโมงโดยทั่วไปไม่ใช่ข้อห้ามหลังฟิลเลอร์ แต่อาการบวมอาจยังเห็นได้ ถ้ามีนัดสำคัญหรือถ่ายรูปงานที่ไทย ให้เผื่อเวลาหลังกลับไปด้วย
การสื่อสารระหว่างปรึกษาเป็นอย่างไร?
การปรึกษาที่ MIO มีล่ามภาษาอังกฤษค่ะ ถ้าคุณสะดวกภาษาอังกฤษบ้าง ให้เตรียมคำสำคัญไว้ก่อน เช่น จุดที่อยากทำ ผลที่อยากได้ ยาที่กินอยู่ และประวัติการฉีดเดิม การมีภาพหน้าตัวเองที่ชอบหรือไม่ชอบไปด้วยช่วยได้มาก และเพราะการประเมินที่ MIO อิงภาพถ่ายและการวิเคราะห์ใบหน้า หลายเรื่องจึงชี้ให้ดูบนหน้าจอได้โดยไม่ต้องอธิบายด้วยคำพูดยาวๆ
ถ้าต้องการยืนยันเรื่องภาษาก่อนจอง แนะนำให้ถามตอนติดต่อผ่านช่องทางจองโดยตรง ข้อมูลอื่นเกี่ยวกับการสื่อสารในคลินิกที่โซลอยู่ในบทความเรื่องพนักงาน ล่าม และแอปแปลภาษา
FAQ
ฉีดฟิลเลอร์หลายจุดในวันเดียวได้ไหม?
ได้ในหลายกรณีค่ะ แต่แพทย์จะดูภาพรวมของหน้าก่อนว่าควรทำพร้อมกันหรือแบ่งทำ เพราะการเติมจุดหนึ่งอาจเปลี่ยนความจำเป็นของอีกจุด เช่น เติมแก้มแล้วร่องแก้มตื้นลงเอง อาการบวมรวมก็อาจมากขึ้นเมื่อทำหลายจุด
ฟิลเลอร์จุดไหนเจ็บที่สุด?
โดยทั่วไปปากไวต่อความรู้สึกที่สุด เพราะมีเส้นประสาทหนาแน่น ที่ MIO ฟิลเลอร์เกือบทุกรายการใช้ยาชา ยกเว้นฟิลเลอร์คางสายเกาหลีที่เมนูระบุว่ารู้สึกแสบช่วงสั้นๆ ความรู้สึกจริงต่างกันไปในแต่ละคน
ฟิลเลอร์อยู่ได้นานเท่าไร?
ขึ้นกับจุด ชนิดเจล และร่างกายแต่ละคน จุดที่ขยับมากอย่างปากมักสลายเร็วกว่าจุดที่ขยับน้อยอย่างคาง ไม่มีใครรับประกันระยะเวลาที่แน่นอนได้
ถ้าไม่ชอบผลฟิลเลอร์ จะแก้ได้ไหม?
ฟิลเลอร์ HA สลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ที่ MIO ระบุราคาไว้ KRW 50,000 และสำหรับฟิลเลอร์ที่ฉีดจากคลินิกอื่น KRW 100,000 ไม่รวม VAT
ทำไมคลินิกบอกจำนวนซีซีล่วงหน้าไม่ได้?
เพราะปริมาณขึ้นกับความหนาของผิว ความลึกของร่อง โครงหน้า และผลที่คุณต้องการ ซึ่งต้องประเมินต่อหน้า MIO คิดราคาต่อบริเวณ และกำหนดปริมาณที่ใช้จริงตอนปรึกษา
ควรฉีดฟิลเลอร์วันไหนของทริป?
MIO แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์วันแรกๆ ของทริป เพื่อให้มีเวลาดูอาการและปรับแก้ระหว่างที่ยังอยู่ในโซล
จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล
Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ
MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ 10:00–19:00
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps
