ฟิลเลอร์นำเข้า vs เกาหลี ส่วนต่างราคาไม่เท่ากันทุกจุด: จมูก คาง ปาก แก้ม หน้าผาก ต่างกันเท่าไร และถามยังไงให้รู้ว่าใบเสนอราคาเป็นสายไหน

A scene related to the topic

ถ้าเปิดเมนูฟิลเลอร์ของคลินิกที่โซล จะเห็นว่าจุดเดียวกันมีสองบรรทัด บรรทัดหนึ่งเป็นฟิลเลอร์นำเข้า อีกบรรทัดเป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตในเกาหลี ราคาห่างกันหลายเท่า แต่ส่วนต่างนี้ไม่ได้เท่ากันทุกจุด ที่ MIO Clinic ย่านกังนัม ส่วนต่างอยู่ที่ประมาณ 2.5 เท่าสำหรับจมูก และขึ้นไปถึงประมาณ 3.5 เท่าสำหรับปาก แก้ม และกรอบหน้า ตามเมนูที่เผยแพร่ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ บางจุดมีให้เลือกแค่สายนำเข้าอย่างเดียวด้วย

บทความนี้พาไล่ดูทีละจุดว่าส่วนต่างอยู่ที่เท่าไร ส่วนต่างนั้นสะท้อนอะไร และต้องถามอะไรบ้างให้แน่ใจว่าตัวเลขในใบเสนอราคาหมายถึงสายไหน บทความไม่ได้บอกว่าสายไหนดีกว่า เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับจุดที่ฉีด ผิว และเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

ถ้าอยากรู้พื้นฐานว่าฟิลเลอร์นำเข้ากับฟิลเลอร์เกาหลีต่างกันยังไงในภาพรวม อ่านได้ที่ ฟิลเลอร์นำเข้า vs ฟิลเลอร์เกาหลี ต่างกันตรงไหน? บทความนี้ต่อยอดจากเรื่องนั้นด้วยการเจาะลงไปทีละจุดค่ะ

ทำไมจุดเดียวกันถึงมีสองบรรทัดในเมนู

Seoul aesthetic clinic
Photo: Vitaly Gariev / Pexels.

จุดเดียวกันมีสองบรรทัดก็เพราะคลินิกให้เลือก “สายผลิตภัณฑ์” สำหรับจุดนั้นได้สองแบบ แต่ละแบบใช้ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) คนละยี่ห้อ

  • สายนำเข้า: เมนูของ MIO ระบุยี่ห้อไว้ในวงเล็บว่า Juvederm, Restylane, Belotero ทั้งสามยี่ห้อเป็นผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกมาหลายปี
  • สายเกาหลี: เมนูเขียนแค่คำว่า “เกาหลี” โดยไม่ระบุยี่ห้อ ฟิลเลอร์ HA ที่ผลิตในเกาหลีมีหลายยี่ห้อ และต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับของเกาหลี

ทั้งสองสายเป็น HA เหมือนกัน ความหมายในทางปฏิบัติคือ ถ้าผลออกมาไม่เป็นอย่างที่ต้องการ ใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสลายได้ทั้งคู่ สิ่งที่ต่างกันจริงคือยี่ห้อ เทคโนโลยีการผลิต ข้อมูลการใช้งานในต่างประเทศ และต้นทุน (สายนำเข้ามีค่านำเข้าและค่าแบรนด์)

ส่วนต่างราคาทีละจุด ตามเมนู MIO Clinic

ตารางด้านล่างมาจากเมนูฟิลเลอร์ที่ MIO Clinic เผยแพร่ ณ เวลาที่เขียน ราคายังไม่รวม VAT และคิดต่อจุด ไม่ใช่ต่อหลอดหรือต่อซีซี ตัวเลขเงินบาทคำนวณคร่าว ๆ ที่ 1 บาท ≈ 40 วอน อัตราแลกเปลี่ยนจริงขยับได้ ใช้ตัวเลขนี้แค่ประมาณงบนะคะ

จุดที่ฉีดสายนำเข้า (Juvederm / Restylane / Belotero)สายเกาหลีนำเข้าแพงกว่าประมาณ
จมูกKRW 399,000 (≈ 9,975 บาท)KRW 159,000 (≈ 3,975 บาท)2.5 เท่า
หน้าผาก / ระหว่างคิ้ว / ขมับKRW 349,000 (≈ 8,725 บาท)KRW 129,000 (≈ 3,225 บาท)2.7 เท่า
คางKRW 299,000 (≈ 7,475 บาท)KRW 99,000 (≈ 2,475 บาท)3 เท่า
ร่องแก้ม / หน้าแก้ม / แก้มข้างKRW 349,000 (≈ 8,725 บาท)KRW 99,000 (≈ 2,475 บาท)3.5 เท่า
กรอบหน้า / ร่องมุมปากKRW 349,000 (≈ 8,725 บาท)KRW 99,000 (≈ 2,475 บาท)3.5 เท่า
ปากKRW 349,000 (≈ 8,725 บาท)KRW 99,000 (≈ 2,475 บาท)3.5 เท่า

ถ้าคิดเป็นเงินที่จ่ายเพิ่มจริง ส่วนต่างอยู่ระหว่าง KRW 200,000 (คาง) ถึง KRW 250,000 (แก้ม กรอบหน้า ปาก) ประมาณ 5,000–6,250 บาทต่อจุด ถ้าทำหลายจุดในรอบเดียว ส่วนต่างจะบวกกันไปเร็วมาก

ข้อควรรู้เพิ่มเติมจากเมนูเดียวกัน:

  • ถ้าต้องการเลือกแพทย์เจาะจง มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม KRW 100,000 (≈ 2,500 บาท)
  • ราคาในเมนูเป็นราคาเริ่มต้นต่อจุด ค่าใช้จ่ายสุดท้ายจะรู้หลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น

ทำไมส่วนต่างถึงไม่เท่ากันทุกจุด

ส่วนต่างไม่เท่ากันเพราะราคาสายเกาหลีแต่ละจุดไม่ได้เริ่มจากฐานเดียวกัน ขณะที่สายนำเข้าเกือบทุกจุดอยู่ที่ KRW 349,000

สังเกตจากตาราง:

  • สายนำเข้า ราคาแทบคงที่ (349,000 เป็นส่วนใหญ่ มีคาง 299,000 และจมูก 399,000)
  • สายเกาหลี ราคาขยับตามจุดมากกว่า (99,000 สำหรับคาง แก้ม ปาก กรอบหน้า / 129,000 สำหรับหน้าผาก / 159,000 สำหรับจมูก)

พอสายเกาหลีของจุดไหนสูงขึ้น อัตราส่วนก็หดลง จมูกกับหน้าผากจึงห่างกันน้อยกว่าปากหรือแก้ม เมนูไม่ได้เขียนเหตุผลของราคาแต่ละจุดไว้ แต่โดยทั่วไป จุดอย่างจมูกหรือหน้าผาก ต้องใช้ความระมัดระวังเรื่องหลอดเลือดมากเป็นพิเศษ และมักต้องใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ถ้าอยากรู้ว่าราคาจุดที่คุณสนใจมาจากอะไร ถามตอนปรึกษาได้เลยค่ะ

ประเด็นสำคัญสำหรับการวางงบคือ อย่าเอาอัตราส่วนของจุดหนึ่งไปประมาณอีกจุด ถ้าเพื่อนบอกว่าฉีดปากสายนำเข้าแพงกว่าสายเกาหลี 3.5 เท่า ไม่ได้แปลว่าจมูกก็จะห่าง 3.5 เท่าเหมือนกัน ที่ MIO จมูกห่างประมาณ 2.5 เท่า

จุดที่มีแค่สายนำเข้า ไม่มีสายเกาหลีให้เลือก

เมนูของ MIO มีสองรายการที่ขายแค่สายนำเข้า และระบุยี่ห้อชัดเจนว่าเป็น Belotero Soft:

  • ดอลลี่อาย (Belotero Soft): KRW 349,000 (≈ 8,725 บาท)
  • ฟิลเลอร์ริ้วรอยหน้าผาก/ลำคอ (Belotero Soft): KRW 299,000 (≈ 7,475 บาท)

สองรายการนี้ไม่มีบรรทัด “เกาหลี” คู่กัน ถ้าคุณสนใจจุดเหล่านี้ จะไม่มีตัวเลือกที่ถูกกว่าในเมนูให้เทียบ ถ้ามีใครเสนอราคาสายเกาหลีสำหรับดอลลี่อายหรือริ้วรอยคอที่ MIO ให้ถามให้ชัดก่อนว่าหมายถึงรายการไหน เพราะไม่ตรงกับเมนูที่เผยแพร่

เรื่องนี้เกี่ยวกับลักษณะเนื้อฟิลเลอร์ด้วย ใต้ตาและริ้วรอยตื้น ๆ เป็นบริเวณที่ผิวบาง ฟิลเลอร์ที่ใช้ตรงนี้โดยทั่วไปต้องเป็นเนื้อนุ่มและเกลี่ยตัวดี Belotero Soft เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับชั้นผิวตื้นแบบนี้ ส่วนจะเหมาะกับใบหน้าคุณหรือเปล่า แพทย์ต้องประเมินก่อนค่ะ

ส่วนต่างราคาซื้ออะไร และไม่ได้ซื้ออะไร

สิ่งที่ส่วนต่างราคาสะท้อน:

  • ยี่ห้อและต้นทุนนำเข้า: Juvederm, Restylane, Belotero มีค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า และค่าแบรนด์
  • ประวัติการใช้งานในต่างประเทศ: ทั้งสามยี่ห้อมีข้อมูลการใช้งานสะสมในหลายประเทศมายาวนาน บางคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
  • ความคุ้นชื่อ: ถ้าเคยฉีดยี่ห้อนำเข้าตัวไหนที่ไทยแล้วชอบผล การใช้ยี่ห้อเดิมอาจช่วยให้เทียบผลได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ส่วนต่างราคาไม่ได้รับประกัน:

  • ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ: ความเป็นธรรมชาติของผลขึ้นกับการประเมินโครงหน้า ปริมาณที่ใช้ ชั้นที่ฉีด และเทคนิคของแพทย์ ไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้ออย่างเดียว
  • ความปลอดภัยที่ต่างกันโดยอัตโนมัติ: ความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดของฟิลเลอร์คือการเข้าหลอดเลือด ซึ่งเกี่ยวกับกายวิภาคและเทคนิคการฉีดเป็นหลัก ไม่ได้หายไปเพราะเลือกยี่ห้อแพง
  • อยู่ได้นานกว่าเสมอ: ระยะเวลาขึ้นกับผลิตภัณฑ์รุ่นนั้น จุดที่ฉีด และการสลายตัวในร่างกายแต่ละคน โดยทั่วไป ฟิลเลอร์ HA อยู่ได้ประมาณหลายเดือนถึงราวหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น ปากมักสลายเร็วกว่าคางหรือจมูก

สรุปคือ ทั้งสองสายเป็นทางเลือกที่ใช้กันจริงในเกาหลี การเลือกควรมาจากคำแนะนำหลังประเมินและงบของคุณ ไม่ควรมาจากความเชื่อว่า “แพงกว่าต้องดีกว่า” หรือ “ถูกกว่าต้องแย่กว่า”

ถามยังไงให้รู้ว่าใบเสนอราคาเป็นสายไหน

ถามตรง ๆ และขอให้เขียนไว้ในใบเสนอราคาก่อนเริ่มฉีด เพราะจุดเดียวกันมีสองราคา ตัวเลขที่ไม่ระบุสายจึงอ่านผิดได้ง่ายมาก

คำถามที่ใช้ได้จริง (ส่งทาง LINE ก่อนเดินทาง หรือถามตอนปรึกษาก็ได้):

  1. “ราคานี้สำหรับจุดไหน และเป็นสายนำเข้าหรือสายเกาหลีคะ?” ขอให้ระบุทั้งสองอย่าง
  2. “ถ้าเป็นสายนำเข้า ใช้ยี่ห้อไหนคะ Juvederm, Restylane หรือ Belotero?” เมนูรวมสามยี่ห้อไว้บรรทัดเดียว
  3. “ถ้าเป็นสายเกาหลี ใช้ยี่ห้ออะไรคะ?” เมนูไม่ได้ระบุยี่ห้อไว้ ต้องถามเอง
  4. “ราคานี้รวม VAT หรือยังคะ?” ราคาในเมนู MIO ยังไม่รวม VAT
  5. “ถ้าจุดนี้ต้องใช้ปริมาณมากกว่าปกติ ราคาจะเปลี่ยนไหมคะ?” ราคาคิดต่อจุด แต่ปริมาณที่เหมาะกับแต่ละคนตัดสินตอนประเมิน
  6. “ขอดูกล่องหรือฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดได้ไหมคะ?” เป็นคำขอที่ทำได้ทั่วไป และช่วยให้คุณยืนยันได้ว่าได้สายที่ตกลงกันไว้

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมฟิลเลอร์ที่โซลคิดราคาต่อจุด และเทียบใบเสนอราคาข้ามคลินิกยังไง ดูได้ที่ ทำไมฟิลเลอร์ที่โซลถึงคิดราคา “ต่อจุด” ไม่ใช่ “ต่อซีซี”? ส่วนเรื่อง VAT และค่าใช้จ่ายที่โผล่ตอนจ่ายเงิน มีอธิบายไว้ใน อ่านเมนูราคาคลินิกที่โซลยังไงไม่ให้ยอดบานปลาย?

รายการคู่ที่ต้องอ่านให้ดี: ปาก + โบท็อกซ์ยกมุมปาก

เมนูของ MIO มีรายการ ฟิลเลอร์ปาก + โบท็อกซ์ยกมุมปาก (เกาหลี) ราคา KRW 109,000 (≈ 2,725 บาท) ยังไม่รวม VAT รายการนี้ระบุว่าเป็นสายเกาหลี

เทียบกับรายการเดี่ยว ฟิลเลอร์ปากสายเกาหลีอยู่ที่ KRW 99,000 และโบท็อกซ์ยกมุมปากสายเกาหลีอยู่ที่ KRW 19,000 ถ้าคุณตั้งใจทำทั้งสองอย่าง รายการคู่นี้อาจง่ายกว่า แต่ถ้าคุณอยากได้ฟิลเลอร์ปากสายนำเข้า รายการคู่นี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ ต้องถามแยกว่าถ้าใช้ฟิลเลอร์ปากสายนำเข้าคู่กับโบท็อกซ์ยกมุมปาก ราคาจะออกมาเท่าไร

โบท็อกซ์ยกมุมปากไม่ใช่ฟิลเลอร์ มันช่วยลดแรงดึงมุมปากลง ส่วนฟิลเลอร์เติมปริมาตร สองอย่างนี้ทำงานต่างกัน แพทย์จะบอกได้ว่าคุณต้องการทั้งสองอย่างหรือแค่อย่างเดียว

ความปลอดภัย: สิ่งที่ต้องรู้ไม่ว่าจะเลือกสายไหน

ความเสี่ยงของฟิลเลอร์เหมือนกันทั้งสองสาย และควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่พบบ่อยและมักหายเอง:

  • บวม โดยเฉพาะปาก บวมชัดใน 1–3 วันแรก
  • ช้ำ ตามจุดที่เข็มผ่าน
  • กดแล้วเจ็บ หรือรู้สึกเป็นก้อนเล็ก ๆ ช่วงแรก

สิ่งที่พบน้อยแต่ต้องรีบบอกคลินิก:

  • ผิวซีดขาว มีจุดลายสีม่วงคล้ำ หรือปวดมากผิดปกติบริเวณที่ฉีด อาจเป็นสัญญาณฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด ต้องติดต่อคลินิกทันที
  • ก้อนแดง ร้อน ปวดขึ้นเรื่อย ๆ อาจเป็นการอักเสบหรือติดเชื้อ

ความรู้สึกระหว่างฉีด: เมนูของ MIO ระบุว่าฟิลเลอร์เกือบทุกจุดใช้ยาชา มีคางสายเกาหลีที่เมนูบันทึกว่ารู้สึกแสบแค่ช่วงสั้น ๆ ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ ถามได้ว่าจุดที่คุณจะทำใช้ยาชาแบบไหน

ใครที่อาจไม่เหมาะ หรือควรเลื่อนไปก่อน:

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีการติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือเริมบริเวณที่จะฉีด
  • เคยแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์หรือยาชา
  • มีโรคประจำตัวหรือกินยาที่ทำให้เลือดออกง่าย (ต้องแจ้งแพทย์ อย่าหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ที่สั่งยา)
  • คาดหวังผลที่เปลี่ยนโครงหน้าอย่างชัดเจนในครั้งเดียว ฟิลเลอร์ช่วยปรับสัดส่วนได้ แต่ไม่ได้แทนการผ่าตัด

ถ้าผลไม่เป็นอย่างที่ต้องการ: ฟิลเลอร์ HA สลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส เมนู MIO ระบุราคาไว้ที่ KRW 50,000 (≈ 1,250 บาท) และ KRW 100,000 (≈ 2,500 บาท) สำหรับกรณีฟิลเลอร์ที่ฉีดจากคลินิกอื่น ยังไม่รวม VAT

การประเมินก่อนเลือกสาย

ที่ MIO Clinic แพทย์ประเมินโครงหน้าก่อนแนะนำจุดและสายที่ใช้ โดยอาศัยการถ่ายภาพทางคลินิกอย่างละเอียดและการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI ประกอบการวางแผน ข้อมูลที่วัดได้ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้แม่นขึ้น แต่คนตัดสินคือแพทย์ ไม่ใช่ตัวระบบวิเคราะห์ คลินิกระบุว่าการสแกนวิเคราะห์ผิวไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

แนวทางของ MIO คือเน้นความพอดี ประเมินก่อนแล้วค่อยเติม และเลือกผลที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการเติมจนเกิน ในการเลือกระหว่างสายนำเข้ากับสายเกาหลี คุณบอกงบและความต้องการของคุณได้ตรง ๆ เช่น “อยากใช้ยี่ห้อที่เคยฉีดที่ไทย” หรือ “อยากทำหลายจุดในงบจำกัด” แล้วให้แพทย์แนะนำว่าจุดไหนควรใช้อะไร

เรื่องภาษา: MIO มีล่ามภาษาอังกฤษ ถ้าคุณอยากสื่อสารเป็นภาษาไทยในบางส่วน ให้ถามทาง LINE ก่อนจองว่าช่วงปรึกษาจะคุยกันเป็นภาษาอะไร การปรึกษาที่อิงภาพถ่ายและการวัดช่วยให้พึ่งภาษาน้อยลง แต่ควรเตรียมคำถามข้างบนไว้เป็นข้อความ แล้วโชว์ให้ดูตอนปรึกษาก็ได้ค่ะ

การเดินทางและดาวน์ไทม์: วางฟิลเลอร์ไว้วันไหนของทริป

เมนูของ MIO ระบุว่าฟิลเลอร์ทุกจุดควรทำ ช่วงต้นทริป (วันแรก ๆ) ไม่ว่าจะเลือกสายนำเข้าหรือสายเกาหลี

เหตุผลในทางปฏิบัติ:

  • อาการบวมและช้ำต้องใช้เวลาสองสามวันถึงจะยุบ
  • ถ้ามีจุดที่ต้องปรับหรือมีอาการผิดปกติ ยังอยู่ที่โซลให้คลินิกดูได้ก่อนบินกลับ
  • ถ้าต้องสลายฟิลเลอร์ ก็ยังมีเวลา

สำหรับคนที่บินจากไทย ทริป 4–5 วันแบบพบบ่อย ถ้าฉีดวันแรกหรือวันที่สอง จะมีเวลาดูอาการก่อนกลับ ถ้าทำหลายหัตถการในทริปเดียว ลองอ่านเพิ่มที่ หัตถการไหนควรทำ “วันแรก” ของทริป และอะไรควรเก็บไว้ “วันสุดท้าย”?

กังนัมอยู่ตรงไหน: กังนัมอยู่ทางใต้ของแม่น้ำฮันในกรุงโซล เป็นย่านที่มีคลินิกความงามหนาแน่น จากสนามบินอินชอน ใช้รถบัสลีมูซีนหรือรถไฟ AREX ต่อรถไฟใต้ดิน ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมงขึ้นกับการจราจรและจุดต่อรถ MIO Clinic อยู่ใกล้สถานีกังนัม ทางออก 4 เดินประมาณ 3 นาที

หลังฉีด ช่วงเดินทาง: เลี่ยงการกดนวดจุดที่ฉีด เลี่ยงซาวน่า และงดดื่มแอลกอฮอล์ช่วงแรก ตามที่แพทย์แนะนำ บนเครื่องบินบางคนรู้สึกบวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งมักหายเอง ถ้ามีอาการผิดปกติตามที่เขียนไว้ในหัวข้อความปลอดภัย ติดต่อคลินิกทันที

สรุป: ทางเลือกทั้งสองสายสำหรับคนที่มาจากไทย

  • จุดเดียวกันมีสองราคาเพราะเป็นคนละสายผลิตภัณฑ์ ส่วนต่างที่ MIO ประมาณ 2.5–3.5 เท่า ขึ้นกับจุด
  • จมูกกับหน้าผากห่างน้อยกว่า ปาก แก้ม และกรอบหน้าห่างมากกว่า
  • ดอลลี่อายกับริ้วรอยหน้าผาก/ลำคอมีแค่สายนำเข้า (Belotero Soft)
  • ส่วนต่างราคาสะท้อนยี่ห้อ ต้นทุน และประวัติการใช้งาน แต่ไม่ได้รับประกันผลหรือความปลอดภัยที่ดีกว่าโดยอัตโนมัติ
  • ขอให้ใบเสนอราคาระบุ จุด + สาย + ยี่ห้อ + VAT ก่อนเริ่มฉีดทุกครั้ง
  • ฟิลเลอร์ควรอยู่ช่วงต้นทริป เพื่อมีเวลาดูอาการก่อนกลับ

ทุกคนตอบสนองต่อฟิลเลอร์ไม่เหมือนกัน ราคาทั้งหมดในบทความเป็นราคาตามเมนูที่เผยแพร่ ณ เวลาที่เขียน และอาจเปลี่ยนได้ ค่าใช้จ่ายสุดท้ายจะรู้หลังการประเมินเท่านั้นค่ะ

FAQ

ฟิลเลอร์สายนำเข้ากับสายเกาหลีที่ MIO Clinic ราคาต่างกันเท่าไร?

ตามเมนูที่เผยแพร่ ณ เวลาที่เขียน สายนำเข้าแพงกว่าประมาณ 2.5–3.5 เท่า ขึ้นกับจุด เช่น จมูก KRW 399,000 เทียบกับ KRW 159,000 และปาก KRW 349,000 เทียบกับ KRW 99,000 ราคายังไม่รวม VAT และคิดต่อจุด

ฟิลเลอร์นำเข้าปลอดภัยกว่าหรือผลดีกว่าฟิลเลอร์เกาหลีไหม?

ไม่สามารถสรุปแบบนั้นได้ ทั้งสองสายเป็นฟิลเลอร์ HA ที่สลายได้ด้วยไฮยาลูโรนิเดส ความเสี่ยงร้ายแรงอย่างการเข้าหลอดเลือดขึ้นกับกายวิภาคและเทคนิคการฉีดเป็นหลัก ผลลัพธ์ขึ้นกับการประเมิน ปริมาณ และตัวบุคคล

จะรู้ได้ยังไงว่าใบเสนอราคาเป็นฟิลเลอร์สายไหน?

ขอให้คลินิกระบุในใบเสนอราคาว่าเป็นจุดไหน สายนำเข้าหรือสายเกาหลี ยี่ห้ออะไร และรวม VAT หรือยัง จากนั้นขอดูกล่องหรือฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด เพื่อยืนยันว่าตรงกับที่ตกลงกันไว้

จุดไหนที่ MIO มีแค่ฟิลเลอร์สายนำเข้า?

ตามเมนู ดอลลี่อาย (KRW 349,000) และฟิลเลอร์ริ้วรอยหน้าผาก/ลำคอ (KRW 299,000) มีแค่สายนำเข้า ระบุยี่ห้อ Belotero Soft ไม่มีบรรทัดสายเกาหลีคู่กัน ราคายังไม่รวม VAT

ควรฉีดฟิลเลอร์วันไหนของทริปที่โซล?

เมนูของ MIO แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ช่วงต้นทริป เพราะอาการบวมและช้ำต้องใช้เวลาสองสามวัน และถ้าต้องปรับหรือสลายฟิลเลอร์ จะยังอยู่ที่โซลให้คลินิกดูได้ก่อนบินกลับ


จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล

Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ

MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ปิด
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps

Discover more from Seoul Skin Notes by MIO

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading