ถ้าคุณกลัวเข็ม หรือเคยหน้ามืดเป็นลมตอนเจาะเลือดหรือฉีดยา ให้บอกคลินิกตั้งแต่ตอนทักไปจอง แล้วบอกซ้ำกับหมออีกครั้งก่อนเริ่มทำค่ะ ไม่ต้องรอให้ถึงบนเตียงแล้วค่อยพูด คลินิกผิวและความงามในโซลเจอคนไข้กลัวเข็มอยู่เป็นประจำ ตัวช่วยที่มักมีให้คือยาชาแบบครีม การทำในท่านอนราบ การพักเป็นช่วงๆ และการมีคนช่วยดูอาการระหว่างทำ อีกเรื่องที่ควรรู้คือหลายหัตถการไม่ใช้เข็มเลย เช่น เลเซอร์โทนนิ่ง HIFU คลื่นวิทยุ (RF) และทรีตเมนต์บำรุงผิว คุณจึงอาจเริ่มจากกลุ่มนี้ก่อนได้ และสุดท้ายคือ คุณขอหยุดหรือเลื่อนได้ทุกเมื่อ ถึงจะอยู่ในห้องทำแล้วก็ตาม การทำแบบนี้ไม่ได้เสียมารยาทและไม่ใช่เรื่องน่าอายค่ะ
บทความนี้เขียนให้คนไทยทุกเพศทุกวัยที่อยากทำผิวหรือปรับรูปหน้าที่โซล แต่ติดอยู่ที่เรื่องเข็ม มีตั้งแต่วิธีบอกคลินิก (พร้อมประโยคภาษาอังกฤษและเกาหลีให้คัดลอกไปใช้ได้) ตัวช่วยที่มักมีให้ หัตถการไหนใช้เข็มบ้าง เรื่องราคาและเวลาพักฟื้นที่ต้องเผื่อในทริป ไปจนถึงสิทธิ์ที่จะหยุดได้ทุกเมื่อ
ควรบอกคลินิกเรื่องกลัวเข็มตอนไหน และพูดยังไงดี?

ควรบอกสองครั้งค่ะ ครั้งแรกตอนจองหรือส่งข้อความไปถามล่วงหน้า และอีกครั้งตอนเจอหมอในวันปรึกษา การบอกตั้งแต่ตอนจองช่วยให้คลินิกเผื่อเวลาให้ยาชาออกฤทธิ์ เตรียมเตียงที่นอนราบได้ และอาจแนะนำหัตถการที่ไม่ใช้เข็มมาตั้งแต่แรก ส่วนการบอกซ้ำกับหมอทำให้ข้อมูลไปถึงคนที่ลงมือทำจริง เพราะเจ้าหน้าที่ที่คุยตอนจองกับหมอที่ทำให้คุณมักเป็นคนละคนกัน (อ่านเพิ่มเรื่องนี้ได้ใน ไปคลินิกที่โซล ใครคุยกับเราบ้าง? เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษากับหมอต่างกันยังไง)
ให้บอกให้เจาะจงกว่าแค่ว่า “กลัวเข็ม” ข้อมูลที่ช่วยคลินิกได้จริงมีดังนี้ค่ะ
- กลัวระดับไหน: แค่เกร็งและใจเต้นแรง หรือถึงขั้นต้องเลิกทำกลางคันมาแล้ว
- เคยเป็นลมหรือหน้ามืดไหม: เกิดตอนไหน (ตอนเห็นเข็ม ตอนโดนเข็ม หรือหลังทำเสร็จ) และฟื้นเร็วแค่ไหน
- เคยแพ้ยาชาไหม: รวมถึงยาชาที่ใช้ทำฟัน
- ยาและโรคประจำตัว: เช่น ยาความดัน ยาที่ทำให้เลือดออกง่าย ฮอร์โมน ยาคลายกังวล ข้อนี้สำคัญกับทุกเพศ รวมถึงคนที่ใช้ฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศด้วย ให้บอกตามจริงเหมือนยาตัวอื่น ดูรายการยาที่ควรแจ้งได้ใน ก่อนทำหัตถการผิวที่โซล ต้องบอกคลินิกเรื่องยาและอาหารเสริมอะไรบ้าง?
ประโยคที่คัดลอกไปใช้ได้
ภาษาอังกฤษ (คลินิกในย่านคังนัมส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษคุยกับลูกค้าต่างชาติ)
- “I have a strong fear of needles. Could I have numbing cream and lie down during the treatment?”
- “I have fainted during injections before. Please let me lie flat and stop if I feel dizzy.”
- “If I raise my hand, please pause.”
ภาษาเกาหลี (เผื่อใช้กับพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์)
- 주사가 많이 무서워요 (จูซากา มานี มูซอวอโย): กลัวเข็มมากค่ะ
- 예전에 주사 맞다가 쓰러진 적이 있어요 (เยจอเน จูซา มัทดากา ซือรอจิน จอกี อิซซอโย): เคยเป็นลมตอนโดนฉีดยาค่ะ
- 잠깐 쉬어도 될까요? (จัมกัน ชวีออโด ดเวลกาโย): ขอพักสักครู่ได้ไหมคะ
คุณจะพิมพ์ประโยคเหล่านี้เก็บไว้ในโทรศัพท์แล้วยื่นให้ดูก็ได้ค่ะ สำหรับคนที่ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก วิธีนี้ช่วยได้มาก
เคยเป็นลมตอนโดนเข็ม ทำหัตถการได้ไหม?
ส่วนใหญ่ยังทำได้ค่ะ แต่ต้องบอกล่วงหน้า และต้องจัดท่าให้ถูก อาการเป็นลมจากการเห็นหรือโดนเข็มที่พบบ่อยที่สุดคือ วาโซวากัล (vasovagal) ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดหรือความเจ็บจนชีพจรและความดันตกลงชั่วคราว ทำให้หน้ามืด เหงื่อออก คลื่นไส้ หรือหมดสติไปช่วงสั้นๆ ส่วนใหญ่ฟื้นเร็วเมื่อได้นอนราบและยกขาสูง
สิ่งที่คลินิกมักทำเมื่อรู้ล่วงหน้า
- ทำในท่านอนราบ แทนท่านั่งเอนหลัง ท่านอนช่วยลดโอกาสหน้ามืดได้มาก
- ให้ลุกช้าๆ หลังทำเสร็จ โดยนั่งพักก่อนลุกยืน
- มีคนคอยดูอาการ ระหว่างทำ และหยุดทันทีเมื่อคุณเริ่มซีดหรือเหงื่อออก
- ให้พักในห้องสักพัก ก่อนกลับ
สิ่งที่คุณเตรียมได้เอง
- กินอาหารและดื่มน้ำ ก่อนมา อย่ามาท้องว่าง โดยเฉพาะหลังเพิ่งลงเครื่อง
- พักผ่อนให้พอ การนอนน้อยจากเที่ยวบินกลางคืนทำให้หน้ามืดง่ายขึ้น
- พาเพื่อนหรือคนรักมาด้วย ถ้าคลินิกอนุญาตให้เข้าไปนั่งในห้องได้ ถามก่อนนะคะ (ดูเพิ่มใน ไปคลินิกผิวที่โซลกับเพื่อนหรือคนรัก)
- ไม่นัดเรื่องสำคัญต่อทันที และไม่ขับรถเองหลังทำ
ถ้าเคยหมดสตินานผิดปกติ เคยชักร่วมด้วย หรือมีโรคหัวใจ ให้แจ้งหมอให้ชัด หมออาจแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ไทยก่อน หรือเลือกเฉพาะหัตถการที่ไม่ใช้เข็มค่ะ
คลินิกในโซลมักมีตัวช่วยอะไรให้คนกลัวเข็มบ้าง?
ตัวช่วยที่พบบ่อยมีดังนี้ค่ะ บางอย่างรวมอยู่ในขั้นตอนปกติแล้ว บางอย่างต้องขอ
- ครีมยาชา: ทาไว้ก่อนทำ โดยทั่วไปต้องรอประมาณ 20–40 นาที แล้วแต่ตัวยาและบริเวณ ควรเผื่อเวลาในวันนัดไว้ด้วย ยาชาลดความเจ็บที่ผิวได้ดี แต่ไม่ได้ทำให้ไม่รู้สึกอะไรเลย คุณยังรู้สึกถึงแรงกดหรือแรงดันอยู่
- ยาชาที่ผสมอยู่ในตัวยา: ฟิลเลอร์และสกินบูสเตอร์หลายยี่ห้อมีลิโดเคนผสมอยู่ในตัวยาแล้ว ช่วยให้จุดต่อๆ ไปเจ็บน้อยลง
- ประคบเย็นหรือเครื่องทำความเย็น: ใช้ก่อนหรือระหว่างฉีด ช่วยลดความรู้สึกแสบ
- พักเป็นช่วงๆ: บอกหมอว่าจะยกมือเป็นสัญญาณให้หยุด และขอตกลงสัญญาณกันก่อนเริ่ม
- ไม่ให้เห็นเข็ม: ขอให้หมอเตรียมเข็มนอกสายตา ขอผ้าปิดตา หรือหลับตาฟังเพลงไปก็ได้
- บอกก่อนทุกครั้ง: บางคนรู้สึกดีขึ้นเมื่อหมอบอกว่า “จะเริ่มแล้วนะ” บางคนกลับชอบไม่ต้องรู้ล่วงหน้า บอกหมอว่าคุณเป็นแบบไหน
- ลดจำนวนจุดในครั้งแรก: เช่น ทำโบท็อกซ์บริเวณเดียวก่อนเพื่อลองดูว่ารับไหวไหม
ส่วนการใช้ยานอนหลับ ยาสลบ หรือยาคลายกังวลแบบกิน ไม่ใช่ตัวเลือกทั่วไปของหัตถการผิวในคลินิก และแต่ละคลินิกมีนโยบายต่างกัน ถ้าคุณสนใจ ให้ถามตรงๆ ตอนปรึกษา อย่าคาดหวังไว้ก่อน และอย่ากินยาคลายกังวลที่ติดตัวมาเองโดยไม่บอกหมอค่ะ
หัตถการไหนใช้เข็ม และหัตถการไหนไม่ใช้เข็ม?
หลายคนไม่รู้ว่าหัตถการยอดนิยมจำนวนมากไม่ใช้เข็มเลย ลองดูการแบ่งคร่าวๆ ตามนี้ค่ะ
ใช้เข็มฉีดโดยตรง
- โบท็อกซ์ (ลดริ้วรอย ปรับกราม ลดเหงื่อ) ใช้เข็มเล็กมาก ฉีดไม่กี่จุด แต่ละจุดใช้เวลาไม่กี่วินาที
- ฟิลเลอร์ (ปาก จมูก คาง ร่องแก้ม) บางคลินิกใช้ แคนนูลา (เข็มปลายมน) ในบางบริเวณ จำนวนจุดแทงจึงน้อยลง ถามได้ว่าบริเวณที่คุณจะทำใช้แบบไหน
- สกินบูสเตอร์ (รีจูรัน จูวีลุค ฉีดมุลกวัง) มักฉีดเป็นจุดเล็กๆ หลายจุดทั่วหน้า เป็นกลุ่มที่คนกลัวเข็มมักรู้สึกหนักที่สุด เพราะจำนวนจุดเยอะ
- ฉีดสลายไขมัน ฉีดยาลดการอักเสบสิว
ใช้เข็มขนาดเล็กผ่านเครื่อง
- ไมโครนีดเดิล RF (เช่น โพเทนซ่า) และ MTS เป็นหัวเข็มเล็กๆ จำนวนมากที่กดลงผิว คุณจะไม่เห็นเข็มแบบกระบอกฉีดยา แต่หลักการก็ยังเป็นเข็ม
ไม่ใช้เข็ม
- เลเซอร์โทนนิ่งและเลเซอร์รักษาฝ้า กระ หรือรอยแดง
- HIFU (เช่น อัลเทอร่า ชูริ้งค์) และ RF (เช่น เทอร์มาจ) ไม่มีเข็ม แต่ไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บ HIFU บางรุ่นทำให้รู้สึกจี๊ดลึกถึงกระดูก บางคนรู้สึกว่าเจ็บกว่าโบท็อกซ์ด้วยซ้ำ
- คลื่นไมโครเวฟและเครื่องยกกระชับที่ให้ความรู้สึกอุ่นๆ ทรีตเมนต์บำรุงผิว พีลลิ่ง และเครื่องผลักวิตามิน
ถ้าคุณกลัว “เข็ม” ไม่ได้กลัว “ความเจ็บ” กลุ่มที่ไม่ใช้เข็มเป็นทางเริ่มที่ดีค่ะ แต่ถ้าคุณไวต่อความเจ็บโดยทั่วไป ให้ถามระดับความเจ็บของแต่ละเครื่องด้วย อย่าดูแค่ว่ามีเข็มหรือไม่
ราคาเป็นยังไง และตัวช่วยเรื่องเข็มมีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
ราคาหัตถการในโซลคิดตามหน่วยที่ต่างกันค่ะ โบท็อกซ์คิดตามบริเวณหรือจำนวนยูนิต ฟิลเลอร์มักคิดตามบริเวณ สกินบูสเตอร์คิดตาม cc เครื่อง HIFU และ RF คิดตามจำนวนช็อต ส่วนเครื่องบางชนิดคิดเป็น kJ จึงเอาตัวเลขสองตัวที่ใช้หน่วยต่างกันมาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ ราคาที่เห็นในโซลส่วนใหญ่ยังไม่รวม VAT 10% ด้วย ให้ถามทุกครั้งว่าราคารวม VAT แล้วหรือยัง
เรื่องตัวช่วยสำหรับคนกลัวเข็ม
- ครีมยาชา หลายคลินิกรวมไว้ในราคาหัตถการที่ต้องใช้ยาชาอยู่แล้ว บางแห่งคิดแยก ให้ถามก่อนจ่ายเงิน
- เข็มแคนนูลาหรือตัวเลือกการฉีดแบบพิเศษ บางคลินิกมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- ถ้าหยุดกลางคัน ให้ถามนโยบายตั้งแต่ก่อนจ่ายเงินว่าคิดเงินอย่างไร เช่น คิดตามปริมาณที่ใช้ไปแล้ว คืนส่วนที่ยังไม่ได้เปิดใช้ หรือไม่คืน แต่ละคลินิกไม่เหมือนกัน และยาที่เปิดแล้วมักคืนไม่ได้
ตัวเลขเงินบาทในบทความนี้ใช้อัตราประมาณ 1 บาท ≈ 42–43 วอน ณ เวลาที่เขียน อัตราจริงขยับทุกวัน ใช้เป็นตัวเลขกะคร่าวๆ เท่านั้นค่ะ ถ้าอยากได้ใบเสนอราคากลับไปคิดก่อน ไม่จำเป็นต้องจองหัตถการในวันเดียวกัน (ดู ไปปรึกษาคลินิกที่โซลโดยยังไม่จองหัตถการได้ไหม?)
วางทริปยังไงให้เหมาะกับคนกลัวเข็ม?
ให้วันแรกเป็นวันปรึกษา แล้วค่อยทำในวันถัดไปถ้าพร้อมค่ะ วิธีนี้ทำให้คุณไม่ต้องตัดสินใจตอนที่เพิ่งลงเครื่องและเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นช่วงที่หน้ามืดง่ายที่สุด
เรื่องการเดินทาง คังนัมอยู่ฝั่งใต้ของแม่น้ำฮัน เป็นย่านที่มีคลินิกผิวและความงามหนาแน่นที่สุดของโซล จากสนามบินอินชอนใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมงด้วยรถบัสสนามบินหรือรถไฟ AREX ต่อรถไฟใต้ดิน ถ้าบินไฟลท์กลางคืนจากกรุงเทพฯ ซึ่งมักถึงเช้ามืด อย่านัดหัตถการที่ใช้เข็มในวันที่ลงเครื่อง
เรื่องดาวน์ไทม์
- โบท็อกซ์: มักมีจุดแดงเล็กๆ ที่หายภายในไม่กี่ชั่วโมง อาจช้ำบ้างในบางคน ผลจะค่อยๆ ขึ้นในเวลาหลายวัน จึงควรทำช่วงต้นทริปเพื่อให้มีเวลากลับไปดูผล
- ฟิลเลอร์: บวมหรือช้ำได้ประมาณไม่กี่วันถึงราวหนึ่งสัปดาห์ แตกต่างกันในแต่ละคน
- สกินบูสเตอร์: มักมีตุ่มนูนเล็กๆ ตามจุดฉีด 1–3 วัน คลินิกจำนวนมากจึงแนะนำให้ทำช่วงท้ายทริป
- หัตถการที่ไม่ใช้เข็ม: ส่วนใหญ่แค่หน้าแดงชั่วคราว ออกไปเที่ยวต่อได้เลย
ถ้ากังวลเรื่องรอยช้ำในวันถ่ายรูป ดูรายละเอียดได้ใน ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือสกินบูสเตอร์แล้วช้ำ อยู่นานแค่ไหน?
หยุดกลางคัน หรือเลื่อนออกไปได้ไหม?
ได้เสมอค่ะ ร่างกายเป็นของคุณ และการยินยอมทำหัตถการถอนได้ทุกเมื่อ ถึงจะเซ็นเอกสารแล้วหรือทายาชาไปแล้วก็ตาม หมอที่ดีจะไม่กดดันให้ทำต่อ เพราะคนไข้ที่เกร็งหรือขยับตัวกะทันหันทำให้การฉีดแม่นยำยากขึ้นและปลอดภัยน้อยลงด้วย
สิ่งที่ช่วยให้หยุดได้ง่ายขึ้น
- ตกลงสัญญาณหยุดไว้ก่อน เช่น ยกมือ หรือพูดว่า “stop”
- ถามเรื่องเงินไว้ก่อน ว่าถ้าหยุดกลางคันจะคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร จะได้ไม่ลังเลตอนที่ร่างกายบอกว่าไม่ไหว
- เลื่อนได้ ถ้าวันนั้นนอนไม่พอ ไม่สบาย หรือใจไม่พร้อม การเลื่อนไปทริปหน้าดีกว่าฝืนทำแล้วจำเป็นประสบการณ์แย่ไปตลอด
- เริ่มจากสิ่งที่เล็กกว่า เช่น หัตถการที่ไม่ใช้เข็มในทริปนี้ แล้วค่อยลองโบท็อกซ์บริเวณเดียวในทริปถัดไป
ถ้าหยุดกลางคันในหัตถการอย่างฟิลเลอร์ ผลอาจยังไม่สมมาตร ให้ถามหมอว่าควรทำอย่างไรต่อ เช่น นัดเติมให้ครบ หรือปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยประเมินใหม่ค่ะ
ถ้าอยากเริ่มแบบไม่ใช้เข็ม หรือใช้เข็มน้อยที่สุด: MIO Clinic ที่คังนัมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก
Seoul Skin Notes ดำเนินงานโดย MIO Clinic ค่ะ
ถ้าคุณอยากเริ่มจากหัตถการที่ไม่ใช้เข็ม หรืออยากรู้ตั้งแต่ก่อนจองว่าเมนูไหนต้องใช้ยาชา MIO Clinic ในย่านคังนัมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะเมนูที่ MIO เผยแพร่บอกไว้ทุกรายการว่าต้องใช้ยาชาหรือไม่ และควรทำช่วงไหนของทริป ราคาด้านล่างเป็นราคาตามที่เผยแพร่ ณ เวลาที่เขียน ยังไม่รวม VAT และอาจเปลี่ยนแปลงได้ ตัวเลขเงินบาทเป็นค่าประมาณ
กลุ่มที่ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่ใช้เข็ม และทำวันไหนของทริปก็ได้
- อนด้า 20kJ (ยกกระชับด้วยคลื่นไมโครเวฟ คิดราคาเป็น kJ): 99,000 วอน (ราว 2,300 บาท)
- อินโหมดForma (6นาที): 109,000 วอน (ราว 2,600 บาท)
- Picosureโทนนิ่ง + มาสก์หน้า: 39,000 วอน (ราว 900 บาท)
- LDM เติมความชุ่มชื้น (12 นาที): 59,000 วอน (ราว 1,400 บาท)
ถ้าอยากลองเข็มน้อยที่สุดก่อน
- โบท็อกซ์ลดริ้วรอย(พรีเมียมเกาหลี) 1บริเวณ: 15,000 วอน (ราว 350 บาท) เมนูนี้ระบุว่าไม่ต้องใช้ยาชา และ MIO แนะนำให้ทำ ช่วงต้นทริป เพื่อให้มีเวลาดูผล
ถ้าพร้อมแล้วและอยากทำสกินบูสเตอร์
- รีจูรันฮิลเลอร์ 2cc: 189,000 วอน (ราว 4,400–4,500 บาท) คิดราคาตาม cc เมนูนี้ระบุว่า ต้องใช้ยาชา และ MIO แนะนำให้ทำ ช่วงท้ายทริป เพราะมักมีตุ่มนูนตามจุดฉีด
ก่อนวางแผน MIO ประเมินโครงหน้าและสภาพผิวด้วยการถ่ายภาพทางคลินิกอย่างละเอียดร่วมกับการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI การสแกนวิเคราะห์ผิวไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ข้อมูลจากการวิเคราะห์ใช้ประกอบการวางแผนเท่านั้น หมอเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจเอง คนที่กลัวเข็มจึงได้เห็นตั้งแต่ก่อนเริ่มว่าแผนนั้นต้องใช้เข็มกี่จุด หรือมีทางเลือกที่ไม่ใช้เข็มหรือไม่ แพทย์ของ MIO ทุกท่านเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ ทุกท่านให้คำปรึกษาเป็นภาษาอังกฤษ และแต่ละท่านมีงานที่เน้นต่างกัน เช่น คุณหมอคิมโดยอง (Kim Doyoung) เน้นเลเซอร์ สกินบูสเตอร์ และงานรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ส่วนเรื่องว่าหมอท่านไหนจะเป็นผู้ทำให้คุณ ให้ถามตอนจองหรือตอนปรึกษาค่ะ หากต้องการระบุชื่อแพทย์ มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100,000 วอน (ราว 2,300–2,400 บาท)
ผลลัพธ์และความรู้สึกเจ็บต่างกันในแต่ละคน และไม่มีคลินิกไหนรับประกันได้ว่าจะไม่เจ็บเลย ให้บอกเรื่องกลัวเข็มหรือประวัติเป็นลมตั้งแต่ตอนจอง เหมือนกับที่คุณควรบอกคลินิกอื่นๆ ค่ะ
FAQ
กลัวเข็มมาก ควรบอกคลินิกตอนไหน? บอกสองครั้งค่ะ ครั้งแรกตอนจองหรือส่งข้อความถามล่วงหน้า เพื่อให้คลินิกเผื่อเวลาทายาชาและเตรียมเตียงนอนราบ อีกครั้งตอนเจอหมอก่อนเริ่มทำ เพราะคนที่คุยตอนจองกับหมอที่ลงมือทำมักเป็นคนละคน
เคยเป็นลมตอนเจาะเลือด ทำโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ไหม? ส่วนใหญ่ทำได้ ถ้าแจ้งล่วงหน้าและทำในท่านอนราบ อาการเป็นลมจากเข็มที่พบบ่อยคือวาโซวากัล ซึ่งมักฟื้นเร็วเมื่อนอนราบ ควรกินอาหารและดื่มน้ำก่อนมา และไม่ควรทำในวันที่ลงเครื่อง ถ้าเคยหมดสตินาน ชัก หรือมีโรคหัวใจ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
ครีมยาชาทำให้ไม่เจ็บเลยหรือเปล่า? ไม่ถึงขั้นไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ ยาชาลดความเจ็บที่ผิวได้ แต่ยังรู้สึกถึงแรงกดหรือแรงดัน โดยทั่วไปต้องทาก่อนประมาณ 20–40 นาที จึงควรเผื่อเวลาในวันนัด
หัตถการไหนไม่ใช้เข็มเลย? เลเซอร์โทนนิ่ง เลเซอร์รักษาฝ้าและกระ HIFU RF ทรีตเมนต์บำรุงผิว และพีลลิ่ง ไม่ใช้เข็ม แต่ HIFU และ RF บางเครื่องอาจเจ็บได้ ส่วนไมโครนีดเดิล RF และ MTS ยังใช้หัวเข็มเล็กๆ อยู่
ถ้าทนไม่ไหว ขอหยุดกลางคันได้ไหม? ได้เสมอ ถึงจะเซ็นเอกสารหรือทายาชาไปแล้วก็ตาม ให้ตกลงสัญญาณหยุดกับหมอก่อนเริ่ม และถามนโยบายค่าใช้จ่ายกรณีหยุดกลางคันตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน เพราะแต่ละคลินิกต่างกัน
ไม่ถนัดภาษาอังกฤษหรือเกาหลี จะบอกเรื่องกลัวเข็มยังไง? พิมพ์ประโยคสั้นๆ เก็บไว้ในโทรศัพท์แล้วยื่นให้ดู เช่น I have a strong fear of needles หรือ 주사가 많이 무서워요 (กลัวเข็มมากค่ะ) และส่งข้อความแจ้งคลินิกล่วงหน้าตั้งแต่ตอนจอง
จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล
Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ
MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ 10:00–19:00
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps
