ได้ใบเสนอราคาจากสองคลินิกในโซลระหว่างทริปเดียวกัน เทียบยังไงให้แฟร์? เช็กชื่อเครื่อง จำนวนช็อต เกรดตัวยา บริเวณ VAT และการติดตามผล ก่อนตัดสินว่าที่ไหนถูกกว่าจริง

A scene related to the topic

ถ้ามีใบเสนอราคาจากสองคลินิกในโซลอยู่ในมือ และราคาต่างกันมาก อย่าเพิ่งสรุปว่าที่ถูกกว่าคุ้มกว่านะคะ ส่วนใหญ่สองใบนั้นเสนอ “ของคนละอย่าง” ที่บังเอิญใช้ชื่อคล้ายกัน ก่อนเทียบราคา ต้องให้ 7 อย่างนี้ตรงกันก่อน คือ ชื่อเครื่องหรือตัวยา, หน่วยที่คิดเงิน (ช็อต/ยูนิต/cc/kJ/บริเวณ), เกรดของตัวยา, บริเวณที่ทำ, รวม VAT หรือยัง, ค่าใช้จ่ายแฝง (ยาชา ค่าเลือกหมอ) และรวมการติดตามผลหรือไม่ ถ้ายังไม่ตรง ให้ถามจนตรงก่อน แล้วค่อยเทียบตัวเลข บทความนี้จะไล่ทีละข้อ พร้อมแบบฟอร์มจดโน้ตที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างใจเย็น ไม่ต้องรีบตัดสินบนเก้าอี้ปรึกษา

ทำไมใบเสนอราคาสองใบในโซลมักเทียบกันตรงๆ ไม่ได้?

Seoul aesthetic clinic
Photo: Tima Miroshnichenko / Pexels.

เพราะคลินิกในโซลแต่ละที่เขียนเมนูด้วยหน่วยและระดับรายละเอียดต่างกันค่ะ คำว่า “ยกกระชับ HIFU” ที่หนึ่งอาจหมายถึงเครื่องแบรนด์ต้นฉบับ 300 ช็อตทั้งหน้า อีกที่อาจเป็นเครื่องคนละรุ่น 100 ช็อตเฉพาะกรอบหน้า ราคาจึงต่างกันหลายเท่าโดยที่ไม่มีที่ไหนโกง แค่เป็นคนละหัตถการ

อีกเหตุผลคือเมนูในย่านคลินิกอย่างคังนัม (ฝั่งใต้แม่น้ำฮัน ห่างจากสนามบินอินชอนราว 1–1.5 ชั่วโมงโดยรถบัสสนามบินหรือรถไฟต่อรถไฟฟ้า) มักโชว์ “ราคาเริ่มต้น” ซึ่งเป็นแพ็กเล็กสุด เกรดที่ถูกที่สุด หรือยังไม่รวม VAT ตัวเลขบนป้ายกับตัวเลขที่จ่ายจริงจึงอาจห่างกันได้

ถ้ายังสับสนเรื่องชื่อเครื่องบนเมนู อ่านเพิ่มได้ที่ ชื่อเครื่องบนเมนูคลินิกที่โซลอ่านยังไง?

ข้อ 1: ชื่อเครื่องหรือตัวยาตรงกันไหม?

สิ่งแรกที่ต้องเช็กคือทั้งสองใบระบุ ชื่อแบรนด์จริง หรือแค่ชื่อประเภท

  • เครื่องยกกระชับ: “อัลเทอร่า”, “ชูริ้งค์”, “เทอร์มาจ”, “โอลิจิโอ้” เป็นคนละเครื่อง ใช้พลังงานต่างกัน (อัลตราซาวด์โฟกัสกับคลื่นวิทยุ) ราคาต่อช็อตจึงเทียบข้ามกันไม่ได้
  • โบท็อกซ์: มีทั้งตัวยาจากต่างประเทศ (เช่น Allergan, Xeomin, Dysport) และตัวยาเกาหลี ราคาต่างกันชัดเจน
  • ฟิลเลอร์: ตัวยานำเข้า (Juvederm, Restylane, Belotero) กับตัวยาเกาหลี ราคาต่อบริเวณอาจต่างกัน 3 เท่าขึ้นไปในบริเวณเดียวกัน
  • สกินบูสเตอร์: รีจูรัน จูวีลุค ฯลฯ มีหลายสูตรย่อยในชื่อเดียว เช่นแบบเจ็บน้อย หรือสูตรสำหรับรอบดวงตา

ถ้าใบเสนอราคาเขียนแค่ “HIFU” หรือ “โบท็อกซ์ลดกราม” โดยไม่มีชื่อแบรนด์ ให้ถามตรงๆ ว่า “ใช้เครื่องหรือตัวยาอะไรคะ” คลินิกที่ดีจะตอบได้ทันที และหลายที่ยอมให้ดูกล่องหรือหัวเครื่องในวันทำ

ข้อ 2: หน่วยคิดเงินเหมือนกันหรือยัง?

นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดค่ะ แต่ละหัตถการคิดเงินคนละหน่วย

หัตถการหน่วยที่มักใช้คิดเงินต้องถามอะไรเพิ่ม
อัลเทอร่า / ชูริ้งค์ / เทอร์มาจ / โอลิจิโอ้จำนวนช็อตช็อตทั้งหมดใช้ที่ไหนบ้าง หน้าอย่างเดียวหรือรวมใต้คาง/รอบดวงตา
อนด้า / โซปราโนkJ (พลังงานรวม)ใช้หัวลึกเท่าไร กี่บริเวณ
โบท็อกซ์ยูนิต (u) หรือจำนวนบริเวณกี่ยูนิตต่อบริเวณ ยี่ห้ออะไร
ฟิลเลอร์ต่อบริเวณ หรือต่อ cc/หลอดบริเวณละกี่ cc ถ้าไม่พอต้องจ่ายเพิ่มไหม
สกินบูสเตอร์cc ต่อครั้งกี่ cc ฉีดด้วยมือหรือเครื่อง
เลเซอร์ทั่วไปต่อครั้งรวมมาส์กหรือการปลอบประโลมผิวไหม

ตัวอย่าง (สมมติ เพื่ออธิบายหลักคิด): ถ้าคลินิก A เสนอเครื่องยกกระชับ 300 ช็อต และคลินิก B เสนอเครื่องเดียวกัน 200 ช็อตในราคาถูกกว่าราว 30% ราคาต่อช็อตของ B อาจไม่ได้ถูกกว่าเลย ให้หารเป็นราคาต่อหน่วยก่อนเสมอ

สำหรับฟิลเลอร์ ระวังการเทียบ “ราคาต่อบริเวณ” กับ “ราคาต่อ cc” ปริมาณที่แต่ละบริเวณต้องใช้ขึ้นกับโครงหน้าแต่ละคน จึงควรถามว่าราคานั้นรวมกี่ cc และถ้าหมอเห็นว่าต้องเติมเพิ่ม จะคิดยังไง

ข้อ 3: บริเวณที่ทำตรงกันหรือเปล่า?

คำว่า “ทั้งหน้า” ไม่ได้มีความหมายเดียวกันทุกคลินิกค่ะ บางที่รวมรอบดวงตาและใต้คาง บางที่ไม่รวม คำว่า “กราม” กับ “V line” ก็อาจเป็นคนละตำแหน่ง ให้ขอให้คลินิกชี้บนหน้าหรือวงบนรูป แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ จะช่วยมากตอนเอามาเทียบกับอีกที่

ข้อ 4: ราคานี้รวม VAT แล้วหรือยัง?

คลินิกในเกาหลีหลายแห่งแสดงราคาบนเมนู ยังไม่รวม VAT 10% บางแห่งรวมแล้ว ถ้าใบหนึ่งรวมและอีกใบไม่รวม ส่วนต่าง 10% ก็พอทำให้ลำดับ “ที่ไหนถูกกว่า” สลับกันได้แล้ว

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ระบบคืน VAT สำหรับหัตถการความงามของนักท่องเที่ยวต่างชาติสิ้นสุดไปเมื่อปลายปี 2025 ข้อมูลเก่าที่บอกว่า “ขอคืนภาษีได้ที่สนามบิน” จึงอาจใช้ไม่ได้แล้ว ให้ถามคลินิกตรงๆ ว่ายอดสุทธิที่ต้องจ่ายวันนั้นเท่าไร

ข้อ 5: มีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรอีกไหม?

ไล่ถามทีละข้อเลยค่ะ

ข้อ 6: การติดตามผลและทัชอัพรวมอยู่ในราคาหรือไม่?

ใบที่ถูกกว่าบางทีเพราะไม่มีสิ่งเหล่านี้ค่ะ

  • โบท็อกซ์: ถ้าผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังไม่สมดุล มีทัชอัพฟรีไหม และถ้ากลับไทยไปแล้วทำยังไง
  • ฟิลเลอร์: ถ้ามีก้อนหรือไม่สมมาตร จะดูแลยังไง ค่าสลายฟิลเลอร์รวมไหม
  • ทางไกล: ส่งรูปให้ดูหลังกลับไทยได้ไหม ผ่านช่องทางไหน ตอบเป็นภาษาอะไร

คนที่มาทริปสั้น 3–5 วัน ควรให้น้ำหนักข้อนี้มาก เพราะคุณจะไม่ได้อยู่ใกล้คลินิกตอนที่ผลจริงเริ่มเห็น

ทำไมบรรทัดที่ถูกกว่าอาจไม่ใช่หัตถการเดียวกัน?

ลองดูสถานการณ์ที่พบบ่อย

  • ช็อตน้อยกว่า: ราคาต่ำเพราะจำนวนช็อตน้อย ผลลัพธ์จึงอาจไม่ใกล้กับแพ็กที่มากกว่า
  • คนละเกรด: โบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เกาหลีถูกกว่าตัวยานำเข้า ทั้งสองแบบใช้กันแพร่หลาย ไม่ได้แปลว่าแบบไหนแย่ แต่ระยะเวลาที่อยู่ได้และความรู้สึกหลังทำอาจต่างกัน และควรรู้ก่อนว่ากำลังเทียบอะไรกับอะไร
  • บริเวณเล็กกว่า: “1 บริเวณ” กับ “ทั้งหน้า” ราคาคนละระดับ
  • ไม่รวมสิ่งที่ต้องใช้: ยาชา ค่าติดตามผล หรือ VAT

ถ้าทุกอย่างตรงกันหมดแล้ว ราคายังต่างกันมาก ค่อยถามว่าทำไม เช่นคลินิกหนึ่งมีโปรช่วงเวลา หรือคิดค่าแพทย์ต่างกัน ข้อมูลแบบนี้ช่วยให้ตัดสินได้ดีกว่าดูตัวเลขอย่างเดียวค่ะ

จดโน้ตยังไงให้ตัดสินใจได้อย่างใจเย็น?

ใช้ตารางเดียวกันกับทุกคลินิก จดระหว่างปรึกษาหรือทันทีหลังออกจากห้อง

หัวข้อคลินิก Aคลินิก B
ชื่อเครื่อง / ตัวยา (แบรนด์)
จำนวนช็อต / u / cc / kJ
บริเวณที่ทำ (ถ่ายรูปที่หมอวงไว้)
ราคา (วอน) รวม VAT หรือยัง
ยาชา ค่าเลือกหมอ ของกลับบ้าน
ทัชอัพ / ติดตามผลทางไกล
ดาวน์ไทม์ที่หมอบอก
ใครอธิบาย (หมอหรือเจ้าหน้าที่)
ราคาต่อหน่วย (คำนวณเอง)

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • ขอใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือขอถ่ายรูปเมนูที่หมอใช้อธิบาย
  • แปลงเป็นเงินบาทในวันเดียวกัน ด้วยอัตราเดียวกันทั้งสองใบ (ประมาณ 1 บาท ≈ 40 วอน แต่เปลี่ยนทุกวัน ควรเช็กก่อนจ่าย)
  • จดชื่อคนที่อธิบาย เพราะการปรึกษากับหมอโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาได้ข้อมูลคนละระดับ (ดู ไปคลินิกที่โซล ใครคุยกับเราบ้าง?)
  • ปฏิเสธการตัดสินใจทันทีได้ ประโยคง่ายๆ อย่าง “ขอเอากลับไปคิดก่อนนะคะ” เป็นเรื่องปกติมาก

วางลำดับในทริปยังไงให้มีเวลาคิด?

  • วันแรก: ปรึกษา 2 ที่ ตอนเช้าที่หนึ่ง ตอนบ่ายอีกที่ อย่าจองหัตถการต่อทันที
  • คืนนั้น: เปิดตารางเทียบ คำนวณราคาต่อหน่วย แปลงเป็นบาท
  • วันที่สอง: โทรหรือทักไปถามสิ่งที่ยังไม่ชัด แล้วค่อยจอง
  • ดาวน์ไทม์: หัตถการที่มักบวมช้ำหรือต้องดูผลหลังทำ เช่นฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ คลินิกหลายแห่งแนะนำให้ทำช่วงต้นทริป เพื่อให้ได้เจอหมออีกรอบก่อนบิน ส่วนสกินบูสเตอร์ที่มีจุดเข็มหรือรอยแดง บางที่แนะนำให้ทำช่วงท้ายทริปเพื่อไม่ให้รอยค้างตลอดการเที่ยว ให้ถามแต่ละคลินิกตามหัตถการของคุณ

ถ้ามีเวลาแค่ 3 วัน การปรึกษาก่อนบินด้วยรูปถ่ายช่วยประหยัดเวลาได้ แต่ราคาสุดท้ายมักยืนยันได้หลังหมอเห็นหน้าจริงเท่านั้น

เรื่องภาษาและความปลอดภัยที่ควรใส่ไว้ในการเทียบ

  • ภาษา: คลินิกในโซลส่วนใหญ่ปรึกษาเป็นภาษาเกาหลีหรืออังกฤษ บางที่มีล่าม ถ้าไม่แน่ใจเรื่องศัพท์การแพทย์ ขอให้เขียนชื่อเครื่องและจำนวนลงกระดาษ จะช่วยลดความเข้าใจผิดได้มาก
  • ความปลอดภัย: ราคาต่ำมากจนผิดสังเกต ให้ถามว่าใครเป็นคนฉีด และเปิดกล่องตัวยาต่อหน้าได้ไหม
  • ทุกเพศใช้ตารางเดียวกันได้: ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือคนข้ามเพศ ปริมาณและบริเวณควรวางตามโครงหน้าและเป้าหมายของคุณ ถ้าอีกที่เสนอปริมาณต่างกันมาก ให้ถามเหตุผล

ถ้าอยากได้ใบเสนอราคาที่ระบุหน่วยชัดตั้งแต่แรก: MIO Clinic ที่คังนัม

Seoul Skin Notes ดำเนินการโดย MIO Clinic ค่ะ

ถ้าต้องการใบเสนอราคาที่เอาไปใส่ตารางข้างบนได้ทันที MIO Clinic ที่คังนัมเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง เพราะเมนูที่เผยแพร่ไว้ระบุชื่อเครื่อง หน่วย และเกรดในแต่ละบรรทัด ตัวอย่างจากเมนูที่เผยแพร่ ณ ตอนที่เขียน (ราคา ยังไม่รวม VAT และอาจเปลี่ยนได้ ตัวเลขบาทเป็นค่าประมาณ):

  • อัลเทอร่า ไพร์ม 300 ช็อต KRW 1,090,000 (≈ 27,000 บาท) คิดเป็นจำนวนช็อต
  • ฟิลเลอร์คาง ตัวยานำเข้า (Juvederm, Restylane, Belotero) KRW 299,000 (≈ 7,500 บาท) กับตัวยาเกาหลี KRW 99,000 (≈ 2,500 บาท) บริเวณเดียวกันแต่ราคาต่างกันราว 3 เท่า เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าทำไมต้องถามเกรด
  • โบท็อกซ์ลดริ้วรอย 5 บริเวณ Allergan KRW 279,000 (≈ 7,000 บาท) / Xeomin, Dysport KRW 199,000 (≈ 5,000 บาท) / พรีเมียมเกาหลี KRW 59,000 (≈ 1,500 บาท)
  • หากต้องการระบุแพทย์ มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม KRW 100,000

MIO มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ 4 ท่าน แต่ละท่านมีความถนัดหลักต่างกัน เช่น Shin Seungyong ดูแลงานยกกระชับ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และปรับรูปหน้า ส่วนผู้อำนวยการแพทย์ Jung Guhyun ทำทั้งโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ และเลเซอร์ แพทย์ทุกท่านปรึกษาเป็นภาษาอังกฤษได้ ส่วนใครจะเป็นผู้ดูแลคุณ ถามได้ตอนปรึกษา

ก่อนวางแผน MIO ใช้การถ่ายภาพทางคลินิกอย่างละเอียดร่วมกับการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI ช่วยประกอบการประเมิน แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจแผนการรักษา ข้อเสนอที่ได้จึงมีจำนวนช็อต ยูนิต หรือบริเวณที่ชัดเจน เอาไปเทียบกับอีกที่ได้ง่าย การสแกนวิเคราะห์ผิวไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม MIO แนะนำให้ทำโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ช่วงต้นทริป และเปิดทุกวันรวมถึงวันอาทิตย์ จึงจัดคิวปรึกษาในทริปสั้นได้ง่ายขึ้น ผลลัพธ์และปริมาณที่ต้องใช้ขึ้นกับแต่ละคน ราคาสุดท้ายยืนยันได้หลังพบแพทย์เท่านั้น

FAQ

Q: ใบเสนอราคาจากสองคลินิกต่างกันเกินครึ่ง แปลว่าที่แพงกว่าโก่งราคาไหม? A: ไม่จำเป็นค่ะ ส่วนใหญ่เกิดจากชื่อเครื่อง จำนวนช็อต เกรดตัวยา หรือบริเวณที่ไม่ตรงกัน ให้ทำให้ 7 ข้อตรงกันก่อนแล้วค่อยเทียบราคาต่อหน่วย

Q: ราคาบนเมนูคลินิกเกาหลีรวม VAT ไหม? A: แล้วแต่คลินิก หลายแห่งแสดงราคายังไม่รวม VAT 10% ควรถามยอดสุทธิทุกครั้ง และระบบคืน VAT สำหรับหัตถการความงามของนักท่องเที่ยวต่างชาติสิ้นสุดไปแล้วเมื่อปลายปี 2025

Q: ขอใบเสนอราคากลับไปคิดก่อนได้ไหม? A: ได้ค่ะ เป็นเรื่องปกติ ขอเป็นลายลักษณ์อักษรหรือถ่ายรูปเมนูที่หมอใช้อธิบายไว้ แล้วนัดกลับมาทำในวันถัดไป

Q: โบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เกาหลีที่ราคาถูกกว่าใช้ได้ไหม? A: ใช้กันแพร่หลายในเกาหลี แต่เป็นคนละผลิตภัณฑ์กับตัวยานำเข้า ระยะเวลาที่อยู่ได้และความรู้สึกหลังทำอาจต่างกัน ถามหมอว่าเหมาะกับบริเวณและเป้าหมายของคุณหรือไม่

Q: ถ้ามีเวลาในโซลแค่ 3 วัน ควรปรึกษากี่คลินิก? A: 2 ที่ในวันแรกกำลังดี จะได้มีเวลาเทียบหนึ่งคืน และยังเหลือเวลาให้ดูอาการหลังทำก่อนบินกลับไทย


จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล

Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ

MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ 10:00–19:00
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps