ปฏิทินดูแลผิว 1 ปี ควรทำอะไรเดือนไหน? จัดหัตถการตามฤดูและตามทริปไปโซลแบบไม่ต้องจองทุกอย่างพร้อมกัน

A scene related to the topic

· อัปเดต

ถ้าคุณบินจากไทยไปทำผิวที่โซลได้ปีละ 2–3 ครั้ง ปฏิทินที่ทำได้จริงคือการ แยกหัตถการตามรอบอายุของผล ค่ะ ตัวที่อยู่ได้ราวหนึ่งปีอย่างอัลเทอร่าหรือเทอร์มาจ ทำปีละครั้งในทริปที่อากาศเย็น ตัวที่อยู่ได้ราว 3–4 เดือนอย่างโบท็อกซ์ ทำในทุกทริป ส่วนสกินบูสเตอร์อย่างรีจูรันหรือจูวีลุคมักทำเป็นคอร์สหลายครั้ง แล้วค่อยเว้นช่วงเพื่อคงผล เลเซอร์ลดฝ้ากระควรเลือกช่วงที่คุณหลบแดดได้ ทั้งแดดที่โซลและแดดที่ไทยหลังบินกลับ การจองทุกอย่างในทริปเดียวมักได้ดาวน์ไทม์ซ้อนกัน ใช้เงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว และผลบางอย่างก็หมดก่อนทริปหน้า

บทความนี้จะแบ่งปีออกเป็นช่วง ๆ ว่าแต่ละช่วงเหมาะกับอะไร พร้อมราคาจากเมนูของ MIO Clinic ในย่านกังนัม โซล ที่บอกหน่วยการขายไว้ชัดเจนค่ะ

> หมายเหตุเรื่องราคา: ราคาของ MIO ในบทความนี้เป็นราคาตามที่เผยแพร่ ณ ช่วงที่เขียนบทความ ยังไม่รวม VAT หากต้องการเลือกแพทย์เฉพาะคน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100,000 วอน ตัวเลขเงินบาทคิดคร่าว ๆ ที่ราว 40 วอนต่อ 1 บาท อัตราจริงเปลี่ยนทุกวัน ราคาสุดท้ายขึ้นกับผลประเมินรายบุคคล จึงสรุปราคาล่วงหน้าไม่ได้

ทำไมไม่ควรจองทุกหัตถการในทริปเดียว?

Seoul aesthetic clinic
Photo: KATRIN BOLOVTSOVA / Pexels.

การทำหลายอย่างในทริปเดียวทำได้ค่ะ และบางคู่ก็เหมาะจะทำด้วยกัน แต่การรวมทุกอย่างของทั้งปีไว้ในครั้งเดียวมีปัญหาอย่างน้อยสามข้อ

  1. ผลแต่ละตัวหมดไม่พร้อมกัน โบท็อกซ์ลดริ้วรอยมักเริ่มจางลงภายในไม่กี่เดือน ส่วนการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์อาจอยู่ได้นานเกือบปี ถ้าทำพร้อมกันหมด ช่วงปลายปีจะเหลือบางตัวที่ยังอยู่และบางตัวที่หายไปนานแล้ว
  2. ดาวน์ไทม์ซ้อนกัน รอยแดงหลังฉีดสกินบูสเตอร์ รอยช้ำจากฟิลเลอร์ และผิวที่ไวแสงหลังเลเซอร์ อาจเกิดพร้อมกันในวันที่ต้องขึ้นเครื่องกลับ
  3. ผิวต้องใช้เวลาตอบสนอง สกินบูสเตอร์และเลเซอร์ปรับสีผิวหลายตัวให้ผลเป็นลำดับขั้นจากการทำซ้ำตามระยะ ไม่ได้ให้ผลครบในครั้งเดียว

แนวคิดที่ช่วยได้คือการจัด “ตัวหลักประจำปี” ไว้หนึ่งทริป แล้วใช้ทริปอื่นทำตัวที่ต้องเติมหรือทำต่อเนื่อง ถ้าคุณกำลังตัดสินใจว่าควรเคลียร์ปัญหาผิวก่อนหรือเติมวอลลุ่มก่อน อ่านต่อได้ที่ ทำเพิ่ม vs เอาออกก่อน: สองวิธีวางแผนหัตถการที่โซล บทความนี้จะเน้นแค่ จังหวะเวลาในแต่ละปี ค่ะ

หัตถการแต่ละกลุ่ม ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

ตัวเลขด้านล่างเป็นภาพรวมทั่วไปของตลาด ไม่ใช่คำรับประกันของ MIO และระยะที่ผลอยู่จะต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับอายุ สภาพผิว การเผาผลาญ และการดูแลตัวเอง

กลุ่มหัตถการระยะที่ผลมักอยู่ (โดยทั่วไป)ความถี่ที่มักวางแผนกัน
ยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ (เช่น อัลเทอร่า)ผลค่อย ๆ ขึ้นภายในหลายสัปดาห์ถึงราว 2–3 เดือน และอยู่ได้หลายเดือนส่วนใหญ่ปีละครั้ง
ยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (เช่น เทอร์มาจ)คล้ายกลุ่มข้างบน ผลค่อย ๆ ขึ้นส่วนใหญ่ปีละครั้ง
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยหรือปรับกรามริ้วรอยมักอยู่ราว 3–4 เดือน ส่วนกรามมักอยู่นานกว่าทุกทริป หรือทุก 3–6 เดือน
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกหลายเดือนถึงเกินหนึ่งปี แล้วแต่จุดที่ฉีดและชนิดผลิตภัณฑ์เติมเมื่อวอลลุ่มลดลง ไม่ต้องทำตามปฏิทิน
สกินบูสเตอร์ (รีจูรัน จูวีลุค ฯลฯ)มักทำเป็นคอร์สหลายครั้ง แล้วคงผลเป็นระยะ2–3 ครั้งห่างกันไม่กี่สัปดาห์ แล้วเว้นช่วง
เลเซอร์ปรับสีผิวหรือโทนนิ่งผลสะสมจากการทำหลายครั้งทำเป็นชุดในช่วงที่หลบแดดได้
ทรีตเมนต์ผิวเบา ๆ (LDM, อควาฟิล)ช่วยให้ผิวดูสดชื่นในระยะสั้นทำได้ทุกทริป

ข้อสังเกตสำคัญคือ ฟิลเลอร์ไม่ต้องอยู่ในปฏิทินประจำปี เพราะเติมตามความจำเป็นเมื่อวอลลุ่มลดลงจริง การฉีดเพิ่มทุกปีทั้งที่ยังไม่ต้องใช้ คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าดูเกินธรรมชาติค่ะ

ช่วงไหนของปีเหมาะกับหัตถการแบบไหน?

ฤดูของโซลมีผลจริงกับบางหัตถการ แต่คนไทยต้องคิดเพิ่มอีกชั้นหนึ่งค่ะ เพราะ แดดที่บ้านแรงทั้งปี ช่วงหลังเลเซอร์ที่ผิวไวแสงจะไม่ได้อยู่แค่ที่โซล แต่ต่อเนื่องไปถึงตอนกลับไทยด้วย

ปลายใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาวของโซล (ประมาณตุลาคมถึงกุมภาพันธ์)

  • เหมาะกับเลเซอร์ลดฝ้ากระและเลเซอร์ที่ทำให้ผิวไวแสง เพราะแดดที่โซลอ่อนลง ใส่เสื้อผ้ามิดชิดได้ง่าย แต่ต้องวางแผนกันแดดอย่างจริงจังหลังกลับไทย
  • เหมาะกับยกกระชับตัวหลักประจำปี เพราะผลที่ขึ้นภายในราว 2–3 เดือนจะพอดีกับช่วงต้นปีถึงสงกรานต์ ซึ่งหลายคนมีงานหรือทริป
  • อากาศแห้งและเย็นทำให้ผิวขาดน้ำง่าย ถ้าผิวแห้งอยู่แล้ว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลเซอร์ที่แรง

ฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณมีนาคมถึงพฤษภาคม)

  • ช่วงนี้มักจองคอร์สสกินบูสเตอร์ต่อจากเลเซอร์ช่วงหนาว
  • ฝุ่นละอองในโซลบางวันสูง คนผิวแพ้ง่ายควรเผื่อวันพักไว้

ฤดูร้อนและฝนของโซล (ประมาณมิถุนายนถึงสิงหาคม)

  • ร้อนชื้นคล้ายกรุงเทพฯ เหมาะกับหัตถการที่ดาวน์ไทม์ต่ำ เช่น โบท็อกซ์ ทรีตเมนต์ LDM หรือโทนนิ่งระดับเบา
  • ควรเลี่ยงเลเซอร์ที่ทำให้ผิวไวแสงมาก ถ้าไม่สามารถหลบแดดได้จริงหลังทำ

ทั้งหมดนี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว ถ้าคุณหลบแดดได้ดีและแพทย์ประเมินว่าผิวพร้อม ก็ทำนอกช่วงเหล่านี้ได้ค่ะ

ตัวอย่างปฏิทิน 3 ทริปต่อปี พร้อมราคาจากเมนู MIO

ตัวอย่างนี้ใช้สำหรับคนที่อยากดูแลทั้งการยกกระชับ ริ้วรอย และคุณภาพผิว เป็นแค่ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ แพทย์อาจแนะนำต่างออกไปหลังประเมินหน้าคุณจริง

ทริป A — ตัวหลักประจำปี (ช่วงอากาศเย็น)

หัตถการ (ชื่อตามเมนู MIO)หน่วยที่ขายราคา (ไม่รวม VAT)ประมาณเงินบาทยาชาจังหวะในทริป
อัลเทอร่า ไพร์ม 300ช็อตจำนวนช็อต1,090,000 วอน~27,000 บาทใช้ยาชาวันไหนก็ได้
หรือ เทอร์มาจ 300ช็อตจำนวนช็อต1,190,000 วอน~29,800 บาทแสบชั่วครู่วันไหนก็ได้
Picosure โทนนิ่ง + มาสก์หน้าต่อครั้ง39,000 วอน~1,000 บาทไม่ต้องใช้ยาชาวันไหนก็ได้

ถ้าต้องการทั้งสองเครื่อง เมนูของ MIO มีรายการ “อัลเทอร่า ไพร์ม 300ช็อต + เทอร์มาจ 300ช็อต” ที่ 2,190,000 วอน (~54,800 บาท) ไม่รวม VAT ส่วนจะคุ้มกว่าการเลือกเครื่องเดียวไหม ขึ้นกับปัญหาของหน้าคุณ อ่านการเทียบแบบละเอียดได้ใน จับคู่สองเครื่องยกกระชับในครั้งเดียวที่โซล ถูกกว่าแยกทำจริงไหม?

ข้อควรจำ: ราคาอัลเทอร่ากับเทอร์มาจนับเป็น จำนวนช็อต ไม่ใช่ต่อครั้ง ตัวเลข 300 ช็อตของสองเครื่องจึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะเป็นเครื่องต่างชนิดกัน

ทริป B — คุณภาพผิว (ประมาณ 3–4 เดือนหลังทริป A)

หัตถการ (ชื่อตามเมนู MIO)หน่วยที่ขายราคา (ไม่รวม VAT)ประมาณเงินบาทยาชาจังหวะในทริป
รีจูรัน ฮิลเลอร์ 2ccต่อ cc189,000 วอน~4,700 บาทใช้ยาชาวันสุดท้าย
หรือ สกินบูสเตอร์ จูวีลุค 2ccต่อ cc109,000 วอน~2,700 บาทใช้ยาชาวันสุดท้าย
โบท็อกซ์ลดริ้วรอย (Xeomin, Dysport) 3 บริเวณต่อจำนวนบริเวณ139,000 วอน~3,500 บาทไม่ต้องใช้ยาชาวันแรก

MIO จัดสกินบูสเตอร์ส่วนใหญ่ไว้เป็น หัตถการวันสุดท้าย เพราะอาจมีรอยนูนหรือรอยจุดเข็มในวันแรก ๆ ส่วนโบท็อกซ์อยู่ใน วันแรก เพราะแทบไม่มีดาวน์ไทม์ และถ้ามีอะไรต้องปรับ ก็ยังอยู่ในโซลให้ติดตามได้ เหตุผลของการแยกวันแรกกับวันสุดท้ายอ่านต่อได้ใน หัตถการไหนควรทำ “วันแรก” ของทริปที่โซล และอะไรควรเก็บไว้ “วันสุดท้าย”?

โบท็อกซ์ในเมนู MIO มีสามระดับยี่ห้อสำหรับบริเวณเดียวกัน เช่น 3 บริเวณ: Allergan ออริจินัล 189,000 วอน, Xeomin/Dysport 139,000 วอน และพรีเมียมเกาหลี 39,000 วอน (ทั้งหมดไม่รวม VAT) ควรถามให้ชัดว่าใบเสนอราคาเป็นยี่ห้อไหนก่อนตัดสินใจ

ทริป C — เติมและพักผิว (ช่วงร้อน)

หัตถการ (ชื่อตามเมนู MIO)หน่วยที่ขายราคา (ไม่รวม VAT)ประมาณเงินบาทยาชาจังหวะในทริป
โบท็อกซ์ลดริ้วรอย (Xeomin, Dysport) 3 บริเวณต่อจำนวนบริเวณ139,000 วอน~3,500 บาทไม่ต้องใช้ยาชาวันแรก
LDM เติมความชุ่มชื้น (6 นาที)ต่อครั้ง (ระยะเวลา)29,000 วอน~700 บาทไม่ต้องใช้ยาชาวันไหนก็ได้
อควาฟิลต่อครั้ง29,000 วอน~700 บาทไม่ต้องใช้ยาชาวันไหนก็ได้

ทริปนี้ตั้งใจให้เบาค่ะ ถ้าอยากเติมฟิลเลอร์ ให้ใส่ในทริปนี้เฉพาะเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าวอลลุ่มลดลงจริง ฟิลเลอร์ของ MIO คิดราคา ต่อจุด และมีสองสาย เช่น ฟิลเลอร์จมูก สายนำเข้า (Juvederm, Restylane, Belotero) 399,000 วอน (~10,000 บาท) และสายเกาหลี 159,000 วอน (~4,000 บาท) ไม่รวม VAT ปริมาณที่ต้องใช้จะกำหนดตอนประเมิน จึงไม่ควรยึดตัวเลข cc ตายตัว ฟิลเลอร์อยู่ในหัตถการ วันแรก ของ MIO เพื่อให้มีเวลาติดตามก่อนบินกลับ

ค่าใช้จ่ายทั้งปีคิดยังไงไม่ให้บานปลาย?

ตัวอย่างสามทริปข้างบน ถ้าเลือกอัลเทอร่า 300 ช็อต รีจูรัน ฮิลเลอร์ 2cc โบท็อกซ์ Xeomin/Dysport 3 บริเวณสองครั้ง พิโคชัวร์โทนนิ่ง และ LDM หนึ่งครั้ง ค่าหัตถการตามเมนูจะอยู่ราว 1,625,000 วอน (~40,600 บาท) ยังไม่รวม VAT และยังไม่รวมค่าเครื่องบิน ที่พัก และค่าเดินทางในโซล

แนวทางที่ช่วยคุมงบ:

  • แยกตัวหลักกับตัวเสริม ตัวหลักราคาสูงควรทำปีละครั้งหลังประเมินอย่างละเอียด ตัวเสริมราคาต่ำใช้เติมระหว่างปี
  • ตรวจหน่วยทุกครั้ง ในเมนูเดียวกันมีทั้งช็อต cc บริเวณ kJ และต่อครั้ง ตัวเลขสองตัวที่นับคนละหน่วยเปรียบเทียบกันไม่ได้ ดูวิธีอ่านเพิ่มเติมได้ใน อ่านเมนูราคาคลินิกที่โซลยังไงไม่ให้ยอดบานปลาย?
  • เผื่อ VAT และค่าเลือกแพทย์ ถ้าต้องการแพทย์คนเดิมทุกทริปเพื่อความต่อเนื่อง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100,000 วอนต่อครั้ง

ปลอดภัยไหม และใครไม่ควรทำตามปฏิทินนี้?

หัตถการทั้งหมดในบทความนี้เป็นหัตถการทางการแพทย์ ต้องผ่านการประเมินก่อนทุกครั้ง และผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละคน ไม่มีการรับประกันผล

ผลข้างเคียงที่พบได้โดยทั่วไป

  • ยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์หรือคลื่นวิทยุ: เจ็บหรือแสบระหว่างทำ อาจบวม แดง ชา หรือกดเจ็บได้หลายวัน
  • โบท็อกซ์และฟิลเลอร์: มีโอกาสเกิดรอยช้ำหรือบวมบริเวณที่ฉีด ฟิลเลอร์มีความเสี่ยงที่พบน้อยแต่รุนแรง เช่น การอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรทำวันแรกและอยู่ให้ติดตามอาการได้
  • สกินบูสเตอร์: รอยนูนเล็ก ๆ รอยจุดเข็ม หรือรอยแดงในวันแรก ๆ
  • เลเซอร์: ผิวไวแสง และถ้าไม่กันแดดอาจเกิดรอยดำหลังการอักเสบ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยต้องระวังเป็นพิเศษหลังบินกลับ

กรณีที่ควรเลื่อนหรือไม่เหมาะ

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งคลินิกส่วนใหญ่มักเลื่อนหัตถการหลายชนิดออกไป
  • มีการติดเชื้อหรือแผลอักเสบบริเวณที่จะทำ
  • เพิ่งหยุดหรือกำลังรับประทานยาบางกลุ่มที่มีผลต่อผิว เช่น ไอโซเตรติโนอิน ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง
  • คาดหวังผลเปลี่ยนแปลงชัดเจนในวันเดียว ทั้งที่การยกกระชับและสกินบูสเตอร์ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่าผลจะขึ้น

ปฏิทินนี้ใช้ได้กับทุกเพศและทุกอัตลักษณ์ค่ะ เมนูบางรายการ เช่น กำจัดขน มีราคาต่างกันตามเพศที่ระบุในเมนู แต่หลักการเว้นระยะหัตถการใช้ได้กับทุกคน บอกแพทย์ได้ตรง ๆ ว่าคุณต้องการผลลัพธ์แบบไหน เพื่อให้แผนการรักษาตรงกับตัวคุณ

เดินทางไปกังนัมจากไทย และเรื่องภาษาในการปรึกษา

กังนัมอยู่ทางใต้ของแม่น้ำฮันในโซล จากสนามบินอินชอนใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองราว 1 ชั่วโมงขึ้นไป ขึ้นกับการจราจรและวิธีเดินทาง MIO อยู่ใกล้สถานีกังนัม ทางออก 4 เดินประมาณ 3 นาที ซึ่งสะดวกกับทริปสั้น 3–5 วันที่มีหัตถการทั้งวันแรกและวันสุดท้าย

เรื่องภาษา MIO มี ล่ามภาษาอังกฤษ และการปรึกษาของ MIO อาศัย การถ่ายภาพทางคลินิกอย่างละเอียดร่วมกับการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI เพื่อประเมินหน้าและวางแผนการรักษา ข้อเสนอจึงมาจากข้อมูลที่วัดได้จริง ไม่ใช่แค่การมองด้วยตา ผลวิเคราะห์ช่วยประกอบการตัดสินใจของแพทย์ แต่แพทย์เป็นผู้ตัดสินแผน สแกนวิเคราะห์ผิวไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และโดยทั่วไปจะได้รับการวิเคราะห์ผิวฟรีเมื่อทำหัตถการ

สำหรับการวางแผนทั้งปี ข้อนี้มีประโยชน์มาก เพราะถ้าเก็บภาพและข้อมูลวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ทริปแรก ทริปถัดไปจะเปรียบเทียบได้ว่าผลตัวไหนยังอยู่ ตัวไหนลดลง ซึ่งช่วยตัดสินใจว่าควรเติมอะไรได้แม่นกว่าการเดาจากความรู้สึก

ถ้าต้องการเริ่มปฏิทินของตัวเอง ให้เลือกตัวหลักหนึ่งตัวก่อน นัดประเมินในทริปแรก แล้วค่อยวางทริปถัดไปจากผลจริงของหน้าคุณ วิธีนี้มักคุ้มกว่าการจองทุกอย่างล่วงหน้าทั้งปีค่ะ

FAQ

ควรทำอัลเทอร่าหรือเทอร์มาจกี่ครั้งต่อปี?

โดยทั่วไปมักวางแผนปีละครั้ง เพราะผลค่อย ๆ ขึ้นภายในราว 2–3 เดือนและอยู่ได้หลายเดือน ระยะจริงขึ้นกับแต่ละคน ที่ MIO อัลเทอร่า ไพร์ม 300ช็อต ราคา 1,090,000 วอน และเทอร์มาจ 300ช็อต ราคา 1,190,000 วอน ไม่รวม VAT

โบท็อกซ์ควรเติมบ่อยแค่ไหน ถ้าไปโซลได้ปีละ 3 ครั้ง?

โบท็อกซ์ลดริ้วรอยมักอยู่ราว 3–4 เดือน การเติมในทุกทริปจึงพอดีกับหลายคน MIO จัดโบท็อกซ์ไว้เป็นหัตถการวันแรกของทริป เพราะดาวน์ไทม์ต่ำและยังมีเวลาติดตามผลในโซล

ฤดูไหนเหมาะกับเลเซอร์ลดฝ้ากระสำหรับคนไทย?

ช่วงปลายใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาวของโซลช่วยให้หลบแดดได้ง่ายระหว่างอยู่ที่นั่น แต่เมื่อกลับไทยแดดยังแรงทั้งปี จึงต้องกันแดดอย่างจริงจังหลังทำเสมอ

ฟิลเลอร์ต้องทำทุกปีไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ ฟิลเลอร์ควรเติมเมื่อแพทย์ประเมินว่าวอลลุ่มลดลงจริง ที่ MIO ฟิลเลอร์คิดราคาต่อจุดและมีทั้งสายนำเข้าและสายเกาหลี เช่น ฟิลเลอร์จมูก 399,000 วอน และ 159,000 วอน ไม่รวม VAT

สกินบูสเตอร์ควรทำวันไหนของทริป?

MIO จัดรีจูรันและจูวีลุคไว้เป็นหัตถการวันสุดท้าย เพราะอาจมีรอยนูนหรือรอยจุดเข็มในวันแรก ๆ การทำก่อนบินกลับจึงไม่กระทบแผนเที่ยวในโซล


จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล

Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ

MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ 10:00–19:00
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps

Discover more from Seoul Skin Notes by MIO

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading