· à¸à¸±à¸à¹à¸à¸
ถ้าคุณบินจากไทยไปทำผิวที่โซลได้ปีละ 2–3 ครั้ง ปฏิทินที่ทำได้จริงคือการ แยกหัตถการตามรอบอายุของผล ค่ะ ตัวที่อยู่ได้ราวหนึ่งปีอย่างอัลเทอร่าหรือเทอร์มาจ ทำปีละครั้งในทริปที่อากาศเย็น ตัวที่อยู่ได้ราว 3–4 เดือนอย่างโบท็อกซ์ ทำในทุกทริป ส่วนสกินบูสเตอร์อย่างรีจูรันหรือจูวีลุคมักทำเป็นคอร์สหลายครั้ง แล้วค่อยเว้นช่วงเพื่อคงผล เลเซอร์ลดฝ้ากระควรเลือกช่วงที่คุณหลบแดดได้ ทั้งแดดที่โซลและแดดที่ไทยหลังบินกลับ การจองทุกอย่างในทริปเดียวมักได้ดาวน์ไทม์ซ้อนกัน ใช้เงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว และผลบางอย่างก็หมดก่อนทริปหน้า
บทความนี้จะแบ่งปีออกเป็นช่วง ๆ ว่าแต่ละช่วงเหมาะกับอะไร พร้อมราคาจากเมนูของ MIO Clinic ในย่านกังนัม โซล ที่บอกหน่วยการขายไว้ชัดเจนค่ะ
> หมายเหตุเรื่องราคา: ราคาของ MIO ในบทความนี้เป็นราคาตามที่เผยแพร่ ณ ช่วงที่เขียนบทความ ยังไม่รวม VAT หากต้องการเลือกแพทย์เฉพาะคน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100,000 วอน ตัวเลขเงินบาทคิดคร่าว ๆ ที่ราว 40 วอนต่อ 1 บาท อัตราจริงเปลี่ยนทุกวัน ราคาสุดท้ายขึ้นกับผลประเมินรายบุคคล จึงสรุปราคาล่วงหน้าไม่ได้
ทำไมไม่ควรจองทุกหัตถการในทริปเดียว?

การทำหลายอย่างในทริปเดียวทำได้ค่ะ และบางคู่ก็เหมาะจะทำด้วยกัน แต่การรวมทุกอย่างของทั้งปีไว้ในครั้งเดียวมีปัญหาอย่างน้อยสามข้อ
- ผลแต่ละตัวหมดไม่พร้อมกัน โบท็อกซ์ลดริ้วรอยมักเริ่มจางลงภายในไม่กี่เดือน ส่วนการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์อาจอยู่ได้นานเกือบปี ถ้าทำพร้อมกันหมด ช่วงปลายปีจะเหลือบางตัวที่ยังอยู่และบางตัวที่หายไปนานแล้ว
- ดาวน์ไทม์ซ้อนกัน รอยแดงหลังฉีดสกินบูสเตอร์ รอยช้ำจากฟิลเลอร์ และผิวที่ไวแสงหลังเลเซอร์ อาจเกิดพร้อมกันในวันที่ต้องขึ้นเครื่องกลับ
- ผิวต้องใช้เวลาตอบสนอง สกินบูสเตอร์และเลเซอร์ปรับสีผิวหลายตัวให้ผลเป็นลำดับขั้นจากการทำซ้ำตามระยะ ไม่ได้ให้ผลครบในครั้งเดียว
แนวคิดที่ช่วยได้คือการจัด “ตัวหลักประจำปี” ไว้หนึ่งทริป แล้วใช้ทริปอื่นทำตัวที่ต้องเติมหรือทำต่อเนื่อง ถ้าคุณกำลังตัดสินใจว่าควรเคลียร์ปัญหาผิวก่อนหรือเติมวอลลุ่มก่อน อ่านต่อได้ที่ ทำเพิ่ม vs เอาออกก่อน: สองวิธีวางแผนหัตถการที่โซล บทความนี้จะเน้นแค่ จังหวะเวลาในแต่ละปี ค่ะ
หัตถการแต่ละกลุ่ม ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
ตัวเลขด้านล่างเป็นภาพรวมทั่วไปของตลาด ไม่ใช่คำรับประกันของ MIO และระยะที่ผลอยู่จะต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับอายุ สภาพผิว การเผาผลาญ และการดูแลตัวเอง
| กลุ่มหัตถการ | ระยะที่ผลมักอยู่ (โดยทั่วไป) | ความถี่ที่มักวางแผนกัน |
|---|---|---|
| ยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ (เช่น อัลเทอร่า) | ผลค่อย ๆ ขึ้นภายในหลายสัปดาห์ถึงราว 2–3 เดือน และอยู่ได้หลายเดือน | ส่วนใหญ่ปีละครั้ง |
| ยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (เช่น เทอร์มาจ) | คล้ายกลุ่มข้างบน ผลค่อย ๆ ขึ้น | ส่วนใหญ่ปีละครั้ง |
| โบท็อกซ์ลดริ้วรอยหรือปรับกราม | ริ้วรอยมักอยู่ราว 3–4 เดือน ส่วนกรามมักอยู่นานกว่า | ทุกทริป หรือทุก 3–6 เดือน |
| ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก | หลายเดือนถึงเกินหนึ่งปี แล้วแต่จุดที่ฉีดและชนิดผลิตภัณฑ์ | เติมเมื่อวอลลุ่มลดลง ไม่ต้องทำตามปฏิทิน |
| สกินบูสเตอร์ (รีจูรัน จูวีลุค ฯลฯ) | มักทำเป็นคอร์สหลายครั้ง แล้วคงผลเป็นระยะ | 2–3 ครั้งห่างกันไม่กี่สัปดาห์ แล้วเว้นช่วง |
| เลเซอร์ปรับสีผิวหรือโทนนิ่ง | ผลสะสมจากการทำหลายครั้ง | ทำเป็นชุดในช่วงที่หลบแดดได้ |
| ทรีตเมนต์ผิวเบา ๆ (LDM, อควาฟิล) | ช่วยให้ผิวดูสดชื่นในระยะสั้น | ทำได้ทุกทริป |
ข้อสังเกตสำคัญคือ ฟิลเลอร์ไม่ต้องอยู่ในปฏิทินประจำปี เพราะเติมตามความจำเป็นเมื่อวอลลุ่มลดลงจริง การฉีดเพิ่มทุกปีทั้งที่ยังไม่ต้องใช้ คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าดูเกินธรรมชาติค่ะ
ช่วงไหนของปีเหมาะกับหัตถการแบบไหน?
ฤดูของโซลมีผลจริงกับบางหัตถการ แต่คนไทยต้องคิดเพิ่มอีกชั้นหนึ่งค่ะ เพราะ แดดที่บ้านแรงทั้งปี ช่วงหลังเลเซอร์ที่ผิวไวแสงจะไม่ได้อยู่แค่ที่โซล แต่ต่อเนื่องไปถึงตอนกลับไทยด้วย
ปลายใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาวของโซล (ประมาณตุลาคมถึงกุมภาพันธ์)
- เหมาะกับเลเซอร์ลดฝ้ากระและเลเซอร์ที่ทำให้ผิวไวแสง เพราะแดดที่โซลอ่อนลง ใส่เสื้อผ้ามิดชิดได้ง่าย แต่ต้องวางแผนกันแดดอย่างจริงจังหลังกลับไทย
- เหมาะกับยกกระชับตัวหลักประจำปี เพราะผลที่ขึ้นภายในราว 2–3 เดือนจะพอดีกับช่วงต้นปีถึงสงกรานต์ ซึ่งหลายคนมีงานหรือทริป
- อากาศแห้งและเย็นทำให้ผิวขาดน้ำง่าย ถ้าผิวแห้งอยู่แล้ว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลเซอร์ที่แรง
ฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณมีนาคมถึงพฤษภาคม)
- ช่วงนี้มักจองคอร์สสกินบูสเตอร์ต่อจากเลเซอร์ช่วงหนาว
- ฝุ่นละอองในโซลบางวันสูง คนผิวแพ้ง่ายควรเผื่อวันพักไว้
ฤดูร้อนและฝนของโซล (ประมาณมิถุนายนถึงสิงหาคม)
- ร้อนชื้นคล้ายกรุงเทพฯ เหมาะกับหัตถการที่ดาวน์ไทม์ต่ำ เช่น โบท็อกซ์ ทรีตเมนต์ LDM หรือโทนนิ่งระดับเบา
- ควรเลี่ยงเลเซอร์ที่ทำให้ผิวไวแสงมาก ถ้าไม่สามารถหลบแดดได้จริงหลังทำ
ทั้งหมดนี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว ถ้าคุณหลบแดดได้ดีและแพทย์ประเมินว่าผิวพร้อม ก็ทำนอกช่วงเหล่านี้ได้ค่ะ
ตัวอย่างปฏิทิน 3 ทริปต่อปี พร้อมราคาจากเมนู MIO
ตัวอย่างนี้ใช้สำหรับคนที่อยากดูแลทั้งการยกกระชับ ริ้วรอย และคุณภาพผิว เป็นแค่ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ แพทย์อาจแนะนำต่างออกไปหลังประเมินหน้าคุณจริง
ทริป A — ตัวหลักประจำปี (ช่วงอากาศเย็น)
| หัตถการ (ชื่อตามเมนู MIO) | หน่วยที่ขาย | ราคา (ไม่รวม VAT) | ประมาณเงินบาท | ยาชา | จังหวะในทริป |
|---|---|---|---|---|---|
| อัลเทอร่า ไพร์ม 300ช็อต | จำนวนช็อต | 1,090,000 วอน | ~27,000 บาท | ใช้ยาชา | วันไหนก็ได้ |
| หรือ เทอร์มาจ 300ช็อต | จำนวนช็อต | 1,190,000 วอน | ~29,800 บาท | แสบชั่วครู่ | วันไหนก็ได้ |
| Picosure โทนนิ่ง + มาสก์หน้า | ต่อครั้ง | 39,000 วอน | ~1,000 บาท | ไม่ต้องใช้ยาชา | วันไหนก็ได้ |
ถ้าต้องการทั้งสองเครื่อง เมนูของ MIO มีรายการ “อัลเทอร่า ไพร์ม 300ช็อต + เทอร์มาจ 300ช็อต” ที่ 2,190,000 วอน (~54,800 บาท) ไม่รวม VAT ส่วนจะคุ้มกว่าการเลือกเครื่องเดียวไหม ขึ้นกับปัญหาของหน้าคุณ อ่านการเทียบแบบละเอียดได้ใน จับคู่สองเครื่องยกกระชับในครั้งเดียวที่โซล ถูกกว่าแยกทำจริงไหม?
ข้อควรจำ: ราคาอัลเทอร่ากับเทอร์มาจนับเป็น จำนวนช็อต ไม่ใช่ต่อครั้ง ตัวเลข 300 ช็อตของสองเครื่องจึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะเป็นเครื่องต่างชนิดกัน
ทริป B — คุณภาพผิว (ประมาณ 3–4 เดือนหลังทริป A)
| หัตถการ (ชื่อตามเมนู MIO) | หน่วยที่ขาย | ราคา (ไม่รวม VAT) | ประมาณเงินบาท | ยาชา | จังหวะในทริป |
|---|---|---|---|---|---|
| รีจูรัน ฮิลเลอร์ 2cc | ต่อ cc | 189,000 วอน | ~4,700 บาท | ใช้ยาชา | วันสุดท้าย |
| หรือ สกินบูสเตอร์ จูวีลุค 2cc | ต่อ cc | 109,000 วอน | ~2,700 บาท | ใช้ยาชา | วันสุดท้าย |
| โบท็อกซ์ลดริ้วรอย (Xeomin, Dysport) 3 บริเวณ | ต่อจำนวนบริเวณ | 139,000 วอน | ~3,500 บาท | ไม่ต้องใช้ยาชา | วันแรก |
MIO จัดสกินบูสเตอร์ส่วนใหญ่ไว้เป็น หัตถการวันสุดท้าย เพราะอาจมีรอยนูนหรือรอยจุดเข็มในวันแรก ๆ ส่วนโบท็อกซ์อยู่ใน วันแรก เพราะแทบไม่มีดาวน์ไทม์ และถ้ามีอะไรต้องปรับ ก็ยังอยู่ในโซลให้ติดตามได้ เหตุผลของการแยกวันแรกกับวันสุดท้ายอ่านต่อได้ใน หัตถการไหนควรทำ “วันแรก” ของทริปที่โซล และอะไรควรเก็บไว้ “วันสุดท้าย”?
โบท็อกซ์ในเมนู MIO มีสามระดับยี่ห้อสำหรับบริเวณเดียวกัน เช่น 3 บริเวณ: Allergan ออริจินัล 189,000 วอน, Xeomin/Dysport 139,000 วอน และพรีเมียมเกาหลี 39,000 วอน (ทั้งหมดไม่รวม VAT) ควรถามให้ชัดว่าใบเสนอราคาเป็นยี่ห้อไหนก่อนตัดสินใจ
ทริป C — เติมและพักผิว (ช่วงร้อน)
| หัตถการ (ชื่อตามเมนู MIO) | หน่วยที่ขาย | ราคา (ไม่รวม VAT) | ประมาณเงินบาท | ยาชา | จังหวะในทริป |
|---|---|---|---|---|---|
| โบท็อกซ์ลดริ้วรอย (Xeomin, Dysport) 3 บริเวณ | ต่อจำนวนบริเวณ | 139,000 วอน | ~3,500 บาท | ไม่ต้องใช้ยาชา | วันแรก |
| LDM เติมความชุ่มชื้น (6 นาที) | ต่อครั้ง (ระยะเวลา) | 29,000 วอน | ~700 บาท | ไม่ต้องใช้ยาชา | วันไหนก็ได้ |
| อควาฟิล | ต่อครั้ง | 29,000 วอน | ~700 บาท | ไม่ต้องใช้ยาชา | วันไหนก็ได้ |
ทริปนี้ตั้งใจให้เบาค่ะ ถ้าอยากเติมฟิลเลอร์ ให้ใส่ในทริปนี้เฉพาะเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าวอลลุ่มลดลงจริง ฟิลเลอร์ของ MIO คิดราคา ต่อจุด และมีสองสาย เช่น ฟิลเลอร์จมูก สายนำเข้า (Juvederm, Restylane, Belotero) 399,000 วอน (~10,000 บาท) และสายเกาหลี 159,000 วอน (~4,000 บาท) ไม่รวม VAT ปริมาณที่ต้องใช้จะกำหนดตอนประเมิน จึงไม่ควรยึดตัวเลข cc ตายตัว ฟิลเลอร์อยู่ในหัตถการ วันแรก ของ MIO เพื่อให้มีเวลาติดตามก่อนบินกลับ
ค่าใช้จ่ายทั้งปีคิดยังไงไม่ให้บานปลาย?
ตัวอย่างสามทริปข้างบน ถ้าเลือกอัลเทอร่า 300 ช็อต รีจูรัน ฮิลเลอร์ 2cc โบท็อกซ์ Xeomin/Dysport 3 บริเวณสองครั้ง พิโคชัวร์โทนนิ่ง และ LDM หนึ่งครั้ง ค่าหัตถการตามเมนูจะอยู่ราว 1,625,000 วอน (~40,600 บาท) ยังไม่รวม VAT และยังไม่รวมค่าเครื่องบิน ที่พัก และค่าเดินทางในโซล
แนวทางที่ช่วยคุมงบ:
- แยกตัวหลักกับตัวเสริม ตัวหลักราคาสูงควรทำปีละครั้งหลังประเมินอย่างละเอียด ตัวเสริมราคาต่ำใช้เติมระหว่างปี
- ตรวจหน่วยทุกครั้ง ในเมนูเดียวกันมีทั้งช็อต cc บริเวณ kJ และต่อครั้ง ตัวเลขสองตัวที่นับคนละหน่วยเปรียบเทียบกันไม่ได้ ดูวิธีอ่านเพิ่มเติมได้ใน อ่านเมนูราคาคลินิกที่โซลยังไงไม่ให้ยอดบานปลาย?
- เผื่อ VAT และค่าเลือกแพทย์ ถ้าต้องการแพทย์คนเดิมทุกทริปเพื่อความต่อเนื่อง จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100,000 วอนต่อครั้ง
ปลอดภัยไหม และใครไม่ควรทำตามปฏิทินนี้?
หัตถการทั้งหมดในบทความนี้เป็นหัตถการทางการแพทย์ ต้องผ่านการประเมินก่อนทุกครั้ง และผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละคน ไม่มีการรับประกันผล
ผลข้างเคียงที่พบได้โดยทั่วไป
- ยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์หรือคลื่นวิทยุ: เจ็บหรือแสบระหว่างทำ อาจบวม แดง ชา หรือกดเจ็บได้หลายวัน
- โบท็อกซ์และฟิลเลอร์: มีโอกาสเกิดรอยช้ำหรือบวมบริเวณที่ฉีด ฟิลเลอร์มีความเสี่ยงที่พบน้อยแต่รุนแรง เช่น การอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรทำวันแรกและอยู่ให้ติดตามอาการได้
- สกินบูสเตอร์: รอยนูนเล็ก ๆ รอยจุดเข็ม หรือรอยแดงในวันแรก ๆ
- เลเซอร์: ผิวไวแสง และถ้าไม่กันแดดอาจเกิดรอยดำหลังการอักเสบ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยต้องระวังเป็นพิเศษหลังบินกลับ
กรณีที่ควรเลื่อนหรือไม่เหมาะ
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งคลินิกส่วนใหญ่มักเลื่อนหัตถการหลายชนิดออกไป
- มีการติดเชื้อหรือแผลอักเสบบริเวณที่จะทำ
- เพิ่งหยุดหรือกำลังรับประทานยาบางกลุ่มที่มีผลต่อผิว เช่น ไอโซเตรติโนอิน ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง
- คาดหวังผลเปลี่ยนแปลงชัดเจนในวันเดียว ทั้งที่การยกกระชับและสกินบูสเตอร์ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่าผลจะขึ้น
ปฏิทินนี้ใช้ได้กับทุกเพศและทุกอัตลักษณ์ค่ะ เมนูบางรายการ เช่น กำจัดขน มีราคาต่างกันตามเพศที่ระบุในเมนู แต่หลักการเว้นระยะหัตถการใช้ได้กับทุกคน บอกแพทย์ได้ตรง ๆ ว่าคุณต้องการผลลัพธ์แบบไหน เพื่อให้แผนการรักษาตรงกับตัวคุณ
เดินทางไปกังนัมจากไทย และเรื่องภาษาในการปรึกษา
กังนัมอยู่ทางใต้ของแม่น้ำฮันในโซล จากสนามบินอินชอนใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองราว 1 ชั่วโมงขึ้นไป ขึ้นกับการจราจรและวิธีเดินทาง MIO อยู่ใกล้สถานีกังนัม ทางออก 4 เดินประมาณ 3 นาที ซึ่งสะดวกกับทริปสั้น 3–5 วันที่มีหัตถการทั้งวันแรกและวันสุดท้าย
เรื่องภาษา MIO มี ล่ามภาษาอังกฤษ และการปรึกษาของ MIO อาศัย การถ่ายภาพทางคลินิกอย่างละเอียดร่วมกับการวิเคราะห์ใบหน้าด้วย AI เพื่อประเมินหน้าและวางแผนการรักษา ข้อเสนอจึงมาจากข้อมูลที่วัดได้จริง ไม่ใช่แค่การมองด้วยตา ผลวิเคราะห์ช่วยประกอบการตัดสินใจของแพทย์ แต่แพทย์เป็นผู้ตัดสินแผน สแกนวิเคราะห์ผิวไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และโดยทั่วไปจะได้รับการวิเคราะห์ผิวฟรีเมื่อทำหัตถการ
สำหรับการวางแผนทั้งปี ข้อนี้มีประโยชน์มาก เพราะถ้าเก็บภาพและข้อมูลวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ทริปแรก ทริปถัดไปจะเปรียบเทียบได้ว่าผลตัวไหนยังอยู่ ตัวไหนลดลง ซึ่งช่วยตัดสินใจว่าควรเติมอะไรได้แม่นกว่าการเดาจากความรู้สึก
ถ้าต้องการเริ่มปฏิทินของตัวเอง ให้เลือกตัวหลักหนึ่งตัวก่อน นัดประเมินในทริปแรก แล้วค่อยวางทริปถัดไปจากผลจริงของหน้าคุณ วิธีนี้มักคุ้มกว่าการจองทุกอย่างล่วงหน้าทั้งปีค่ะ
FAQ
ควรทำอัลเทอร่าหรือเทอร์มาจกี่ครั้งต่อปี?
โดยทั่วไปมักวางแผนปีละครั้ง เพราะผลค่อย ๆ ขึ้นภายในราว 2–3 เดือนและอยู่ได้หลายเดือน ระยะจริงขึ้นกับแต่ละคน ที่ MIO อัลเทอร่า ไพร์ม 300ช็อต ราคา 1,090,000 วอน และเทอร์มาจ 300ช็อต ราคา 1,190,000 วอน ไม่รวม VAT
โบท็อกซ์ควรเติมบ่อยแค่ไหน ถ้าไปโซลได้ปีละ 3 ครั้ง?
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยมักอยู่ราว 3–4 เดือน การเติมในทุกทริปจึงพอดีกับหลายคน MIO จัดโบท็อกซ์ไว้เป็นหัตถการวันแรกของทริป เพราะดาวน์ไทม์ต่ำและยังมีเวลาติดตามผลในโซล
ฤดูไหนเหมาะกับเลเซอร์ลดฝ้ากระสำหรับคนไทย?
ช่วงปลายใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาวของโซลช่วยให้หลบแดดได้ง่ายระหว่างอยู่ที่นั่น แต่เมื่อกลับไทยแดดยังแรงทั้งปี จึงต้องกันแดดอย่างจริงจังหลังทำเสมอ
ฟิลเลอร์ต้องทำทุกปีไหม?
ไม่จำเป็นค่ะ ฟิลเลอร์ควรเติมเมื่อแพทย์ประเมินว่าวอลลุ่มลดลงจริง ที่ MIO ฟิลเลอร์คิดราคาต่อจุดและมีทั้งสายนำเข้าและสายเกาหลี เช่น ฟิลเลอร์จมูก 399,000 วอน และ 159,000 วอน ไม่รวม VAT
สกินบูสเตอร์ควรทำวันไหนของทริป?
MIO จัดรีจูรันและจูวีลุคไว้เป็นหัตถการวันสุดท้าย เพราะอาจมีรอยนูนหรือรอยจุดเข็มในวันแรก ๆ การทำก่อนบินกลับจึงไม่กระทบแผนเที่ยวในโซล
จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล
Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ
MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ 10:00–19:00
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps
