ถ้าคุณเปิดเมนูราคาของคลินิกในโซลแล้วเจอ “โบท็อกซ์ลดริ้วรอย 3 บริเวณ” อยู่สามบรรทัด ราคา 39,000 / 139,000 / 189,000 วอน คำตอบสั้น ๆ คือ ทั้งสามบรรทัดไม่ใช่หัตถการคนละอย่าง แต่เป็นการฉีดจุดเดียวกันด้วยผลิตภัณฑ์โบทูลินัมท็อกซินคนละตัว คลินิกเกาหลีส่วนใหญ่จัดเมนูโดยแบ่งท็อกซินเป็นสามระดับ คือ (1) ของนำเข้าที่เรียกกันว่า “ออริจินัล” (2) ของนำเข้ายี่ห้ออื่น และ (3) ของที่ผลิตในเกาหลี ราคาที่ต่างกันจึงมาจาก “ขวดยาที่หยิบมาใช้” ไม่ใช่จาก “ฝีมือคนละชุด” หรือ “จำนวนจุดที่ฉีดต่างกัน”
สิ่งที่บทความนี้จะไม่ทำคือบอกว่าระดับไหนดีกว่ากันค่ะ เพราะการตอบสนองต่อท็อกซินเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล และเมนูราคาไม่ใช่ตารางจัดอันดับคุณภาพ สิ่งที่ทำได้และมีประโยชน์กว่าคือ อธิบายให้ชัดว่าอะไรเปลี่ยนตามระดับ อะไรไม่เปลี่ยน หน่วยนับหลอกตายังไง และควรถามอะไรบ้างก่อนพยักหน้า
> ย่านที่คลินิกความงามกระจุกตัวมากที่สุดในโซลคือ กังนัม (Gangnam) ฝั่งใต้ของแม่น้ำฮัน จากสนามบินอินชอนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งด้วยรถ หรือรถไฟ AREX ต่อรถไฟใต้ดิน ถ้าคุณพักแถวมยองดงหรือฮงแด การเดินทางมากังนัมคือรถไฟใต้ดินประมาณ 30–40 นาที เผื่อเวลาเดินทางไว้ในวันที่นัดด้วยนะคะ
สามระดับบนเมนูคืออะไร แบ่งด้วยอะไร

เมนูของคลินิกเกาหลีมักเขียนชื่อยี่ห้อหรือคำกำกับไว้ท้ายชื่อหัตถการ นี่คือสิ่งที่คำเหล่านั้นหมายถึงตามที่ใช้กันในตลาด
ระดับที่ 1 — นำเข้า “ออริจินัล” บนเมนูมักเขียนว่า Allergan ออริจินัล หมายถึงผลิตภัณฑ์โบทูลินัมท็อกซินที่นำเข้าจากผู้ผลิตรายแรกที่ทำตลาดในกลุ่มนี้ เป็นบรรทัดที่ราคาสูงที่สุดในเกือบทุกรายการ
ระดับที่ 2 — นำเข้ายี่ห้ออื่น บนเมนูมักเขียนว่า Xeomin, Dysport เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากผู้ผลิตต่างประเทศเจ้าอื่น ราคามักอยู่ตรงกลาง
ระดับที่ 3 — ผลิตในเกาหลี บนเมนูเขียนว่า เกาหลี หรือ พรีเมียมเกาหลี คือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยบริษัทในเกาหลี ราคาต่ำที่สุดในเมนู และเป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ “โบท็อกซ์เกาหลี” ขึ้นชื่อเรื่องราคา
จุดที่คนไทยมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือคิดว่าสามบรรทัดนี้ = “คอร์สธรรมดา / คอร์สดี / คอร์สดีมาก” แต่จริง ๆ มันคือ การเลือกยาคนละตัวที่ฉีดในตำแหน่งเดียวกัน และคำว่า “พรีเมียม” ที่ติดมากับบางบรรทัดเป็นคำที่คลินิกใช้เรียกสินค้ากลุ่มนั้น ไม่ใช่คำตัดสินทางการแพทย์ ถ้าอยากรู้ว่าต่างกันตรงไหนจริง ๆ ต้องถามเป็นรายผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เดาจากคำโฆษณา
อะไรที่เปลี่ยนตามระดับ และอะไรที่ไม่เปลี่ยน
สิ่งที่โดยหลักการไม่ควรเปลี่ยนตามราคาที่คุณจ่าย
- การประเมินก่อนทำ การตรวจสอบข้อห้าม และการซักประวัติยา
- ตำแหน่งกล้ามเนื้อที่ต้องฉีดเพื่อให้ได้ผลตามที่คุยกันไว้
- มาตรฐานการทำความสะอาดผิวและความปลอดภัยพื้นฐานในห้องหัตถการ
- สิทธิ์ของคุณที่จะถามว่ากำลังจะฉีดอะไรเข้าไป
สิ่งที่ต่างกันได้ตามผลิตภัณฑ์
- หน่วย (unit) ไม่ได้เทียบกัน 1:1 ระหว่างยี่ห้อ ข้อนี้สำคัญที่สุดในบทความนี้ค่ะ ท็อกซินแต่ละผลิตภัณฑ์มีวิธีวัดความแรงเป็นของตัวเอง “50 ยูนิต” ของยี่ห้อหนึ่งจึงไม่ได้แปลว่าแรงเท่ากับ “50 ยูนิต” ของอีกยี่ห้อ การเอาราคาต่อยูนิตของคนละยี่ห้อมาหารเทียบกันตรง ๆ จึงเป็นการเทียบที่ผิดตั้งแต่ต้น
- ระยะเวลาที่ผลเริ่มขึ้นและอยู่ได้นานเท่าไร อาจต่างกันได้ทั้งตามผลิตภัณฑ์และตามตัวบุคคล
- ลักษณะการกระจายตัวของยาในเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นเหตุผลที่แพทย์อาจเลือกตัวหนึ่งสำหรับบริเวณที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น รอบตา
จุดที่ต้องพูดให้ตรงคือ ไม่มีใครรับประกันผลลัพธ์ให้คุณได้ไม่ว่าคุณจะจ่ายบรรทัดไหน บางคนตอบสนองดีกับผลิตภัณฑ์หนึ่งและเฉย ๆ กับอีกผลิตภัณฑ์ บางคนผลอยู่ 3 เดือน บางคน 4–5 เดือน และการฉีดซ้ำบ่อยเกินไปก็ไม่ได้ทำให้ผลนานขึ้น ใครที่บอกคุณได้แน่นอนว่า “ตัวนี้อยู่ 6 เดือนแน่นอน” กำลังพูดเกินกว่าที่ข้อมูลจะรองรับค่ะ
กับดักที่ทำให้เทียบราคาผิด: “บริเวณ” “ยูนิต” และ “cc”
ก่อนเทียบตัวเลข ต้องรู้ว่าแต่ละบรรทัดขายเป็นหน่วยอะไร เพราะเมนูเดียวกันใช้หน่วยไม่เหมือนกัน
- “บริเวณ” ใช้กับโบท็อกซ์ลดริ้วรอย เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา แต่ละคลินิกนิยามไม่เหมือนกันว่าอะไรนับเป็นหนึ่งบริเวณ และแพ็กเกจ “3 บริเวณ” ไม่ได้แปลว่าคุณเลือกบริเวณไหนก็ได้เสมอไป — ต้องถามว่าบริเวณที่คุณต้องการอยู่ในลิสต์ไหม
- “ยูนิต (u)” ใช้กับกลุ่มที่ฉีดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กราม ขมับ ลดเหงื่อ เป็นหน่วยของปริมาณยา
- “cc” ใช้กับสกินโบท็อกซ์และโบท็อกซ์ริ้วรอยคอ ซึ่งเป็นการเจือจางแล้วฉีดตื้นกระจายทั่วบริเวณ ไม่ใช่การฉีดลึกเข้ากล้ามเนื้อแบบเดียวกัน
แปลว่า โบท็อกซ์ไม่ใช่สินค้าชิ้นเดียวที่มีสามราคา แต่เป็นหลายหัตถการที่บังเอิญใช้ยาตระกูลเดียวกัน การเทียบ “ราคาโบท็อกซ์” ข้ามคลินิกโดยไม่ดูหน่วยจึงมักได้ข้อสรุปที่ผิด เรื่องการอ่านหน่วยแบบ “ช็อต” และค่าใช้จ่ายที่โผล่ตอนจ่ายเงิน เราเขียนแยกไว้ละเอียดแล้วที่ อ่านเมนูราคาคลินิกที่โซลยังไงไม่ให้ยอดบานปลาย ค่ะ
ราคาจริงที่ MIO Clinic แยกตามสามระดับ
ตารางข้างล่างคือราคาตามที่ MIO Clinic เผยแพร่ไว้ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ทุกตัวเลขยังไม่รวม VAT และราคามีการเปลี่ยนแปลงได้ ให้ถือเป็นราคาเริ่มต้นเพื่อดูโครงสร้าง ไม่ใช่ใบเสนอราคา ตัวเลขบาทเป็นการประมาณคร่าว ๆ ที่อัตราราว 1 บาท ≈ 41 วอน โปรดเช็กอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่คุณจ่ายจริงอีกครั้งค่ะ
| รายการ | ผลิตในเกาหลี | นำเข้า (Xeomin, Dysport) | นำเข้า (Allergan ออริจินัล) |
|---|---|---|---|
| ลดริ้วรอย 1 บริเวณ | 15,000 วอน (ปกติ 29,000) ≈ 370 บาท | 45,000 วอน ≈ 1,100 บาท | 79,000 วอน ≈ 1,900 บาท |
| ลดริ้วรอย 3 บริเวณ | 39,000 วอน (ปกติ 79,000) ≈ 950 บาท | 139,000 วอน ≈ 3,400 บาท | 189,000 วอน ≈ 4,600 บาท |
| ลดริ้วรอย 5 บริเวณ | 59,000 วอน (ปกติ 119,000) ≈ 1,440 บาท | 199,000 วอน ≈ 4,850 บาท | 279,000 วอน ≈ 6,800 บาท |
| กราม / ต่อมน้ำลาย 50u | 35,000 วอน (ปกติ 41,000) ≈ 850 บาท | 109,000 วอน ≈ 2,650 บาท | 165,000 วอน ≈ 4,000 บาท |
| ขมับ 50u | 35,000 วอน (ปกติ 41,000) ≈ 850 บาท | 109,000 วอน ≈ 2,650 บาท | 165,000 วอน ≈ 4,000 บาท |
| สกินโบท็อกซ์ 2cc | 79,000 วอน (ปกติ 99,000) ≈ 1,900 บาท | 129,000 วอน ≈ 3,150 บาท | 159,000 วอน ≈ 3,900 บาท |
| โบท็อกซ์ V line | 39,000 วอน (ปกติ 59,000) ≈ 950 บาท | 79,000 วอน ≈ 1,900 บาท | 99,000 วอน ≈ 2,400 บาท |
| โบท็อกซ์คอชั้นตื้น 50u | 99,000 วอน (ปกติ 119,000) ≈ 2,400 บาท | 189,000 วอน ≈ 4,600 บาท | 279,000 วอน ≈ 6,800 บาท |
| ริ้วรอยคอ 0.5cc | 39,000 วอน (ปกติ 59,000) ≈ 950 บาท | 79,000 วอน ≈ 1,900 บาท | 99,000 วอน ≈ 2,400 บาท |
| ยกมุมปาก | 19,000 วอน (ปกติ 35,000) ≈ 460 บาท | 59,000 วอน ≈ 1,440 บาท | 79,000 วอน ≈ 1,900 บาท |
| ลดเหงื่อ 50u | 79,000 วอน ≈ 1,900 บาท | 129,000 วอน ≈ 3,150 บาท | 165,000 วอน ≈ 4,000 บาท |
| โบท็อกซ์ร่างกาย 100u | 79,000 วอน (ปกติ 99,000) ≈ 1,900 บาท | 219,000 วอน ≈ 5,300 บาท | 309,000 วอน ≈ 7,500 บาท |
ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ต้องบวกเองก่อนคำนวณงบ
- VAT ทุกราคาข้างบนยังไม่รวม ให้ถามยอดสุดท้ายที่ต้องจ่ายจริงก่อนตกลง
- การเลือกแพทย์เจาะจง +100,000 วอน (≈ 2,400 บาท) ถ้าคุณระบุว่าต้องการให้แพทย์ท่านใดท่านหนึ่งทำ จะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่ม ซึ่งบวกได้มากกว่าค่าตัวยาในบรรทัดราคาต่ำ ๆ เสียอีก จึงควรถามให้ชัดว่ายอดที่คุยกันรวมข้อนี้แล้วหรือยัง
- ราคา “ปกติ” ในวงเล็บ คือราคาที่ตั้งไว้ก่อนส่วนลดที่แสดงอยู่ ณ ตอนนี้ ซึ่งเปลี่ยนได้ อย่าวางแผนงบโดยยึดว่าราคาลดจะอยู่ตลอด
จะเห็นว่าความต่างระหว่างบรรทัดบนสุดกับล่างสุดในบางรายการมากกว่า 4–5 เท่า นั่นคือช่องว่างที่ทำให้ต้องตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ไม่ใช่เดาจากคำว่า “ออริจินัล” หรือ “พรีเมียม”
ความปลอดภัย: สิ่งที่สำคัญกว่าระดับราคา
คำถามที่คนไทยถามบ่อยที่สุดคือ “ของเกาหลีอันตรายกว่าของนำเข้าไหม” คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ระดับในเมนูไม่ใช่ตารางจัดอันดับความปลอดภัย สิ่งที่กำหนดความปลอดภัยจริง ๆ คือ
- ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายและเก็บรักษาถูกวิธี — คุณมีสิทธิ์ถามชื่อผลิตภัณฑ์และขอให้ระบุไว้ในเอกสาร
- มีการซักประวัติและประเมินก่อนฉีด ไม่ใช่เดินเข้าไปแล้วฉีดเลย
- ปริมาณและตำแหน่งเหมาะกับกายวิภาคของคุณ ไม่ใช่สูตรเดียวกันทุกคน
- มีช่องทางติดต่อกลับได้เมื่อมีอาการผิดปกติหลังคุณบินกลับแล้ว
ผลข้างเคียงที่พบได้ ไม่ว่าใช้ผลิตภัณฑ์ระดับไหน ได้แก่ รอยแดงและบวมเล็กน้อยตรงรูเข็ม จ้ำเขียวเล็ก ๆ (โดยเฉพาะบริเวณรอบตาและคอ) ปวดศีรษะตื้อ ๆ ช่วงวันแรก ๆ ความรู้สึกตึงหรือหนักผิดปกติในช่วงที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ ผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อยแต่ต้องรู้จัก คือคิ้วหรือเปลือกตาตกชั่วคราว ยิ้มไม่เท่ากันสองข้าง หรือกล้ามเนื้อข้างเคียงอ่อนแรงกว่าที่ตั้งใจ ส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวและค่อย ๆ กลับมาเมื่อฤทธิ์ยาหมด แต่ “ชั่วคราว” ในที่นี้อาจหมายถึงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ซึ่งอาจยาวกว่าทริปของคุณมาก
การฉีดโบทูลินัมท็อกซินเป็นหัตถการทางการแพทย์ ไม่ใช่บริการเสริมสวยทั่วไป การประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์ก่อนทำจึงเป็นมาตรฐานของคลินิกที่ได้รับอนุญาตทุกแห่ง ถ้าที่ไหนข้ามขั้นตอนนี้ นั่นคือสัญญาณให้ชะลอ ไม่ใช่สัญญาณว่าเร็วดี
ใครที่ยังไม่ควรทำ หรือควรเลื่อนไว้ก่อน
- อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร — คลินิกส่วนใหญ่จะเลื่อนไว้ก่อน
- มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น myasthenia gravis หรือกลุ่มโรคที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- มีการติดเชื้อหรือผิวอักเสบตรงบริเวณที่จะฉีด
- เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ท็อกซินมาก่อน
- กำลังใช้ยาบางกลุ่มที่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือยาที่ทำให้เลือดออกง่าย — ต้องแจ้งรายการยาทั้งหมดรวมถึงอาหารเสริม
- คาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบเห็นผลทันทีในวันเดียว — เป็นไปไม่ได้ทางสรีรวิทยา เพราะกลไกของท็อกซินต้องใช้เวลาหลายวันกว่ากล้ามเนื้อจะคลายตัว
- ต้องการแก้ปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น ผิวหย่อนคล้อยจากการสูญเสียคอลลาเจน หรือปริมาตรที่หายไป — โบท็อกซ์ไม่ได้ตอบโจทย์ข้อนั้น ควรคุยหาทางเลือกอื่นแทนที่จะฉีดเพิ่มปริมาณ
ดาวน์ไทม์กับการจัดตารางทริป
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยเป็นหัตถการที่ ควรทำช่วงต้นทริป ไม่ใช่เก็บไว้วันสุดท้าย เหตุผลตรงไปตรงมา
- ผลยังไม่ขึ้นทันที โดยทั่วไปเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงราววันที่ 3–7 และเข้าที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าคุณฉีดวันสุดท้ายแล้วบินกลับ คุณจะไม่ได้เห็นผลจริงตอนที่ยังอยู่ในเมืองที่ปรึกษาได้
- การปรับแต่งเล็กน้อยทำได้เฉพาะตอนที่ผลขึ้นแล้ว ถ้าสองข้างไม่เท่ากันหรืออยากปรับ ต้องรอให้ครบช่วงประเมินก่อน ซึ่งมักเกินระยะเวลาทริปสั้น ๆ
- จ้ำเขียวอาจโผล่วันถัดไป ไม่ใช่ทันทีหลังฉีด ถ้ามีงานสำคัญให้เผื่อวันไว้
ในทางกลับกัน กลุ่มที่ฉีดตื้นกระจายทั่วบริเวณอย่างสกินโบท็อกซ์และโบท็อกซ์ริ้วรอยคอ มักเป็นรายการที่แนะนำให้เก็บไว้ช่วงท้ายทริปมากกว่า เพราะลักษณะรอยเข็มและความรู้สึกหลังทำต่างจากการฉีดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ถ้าอยากได้หลักคิดเรื่องเรียงคิววันไหนทำอะไร เราเขียนแยกไว้ที่ หัตถการไหนควรทำวันแรกของทริป และอะไรควรเก็บไว้วันสุดท้าย ค่ะ
การดูแลหลังฉีดที่ควรทำ ไม่นวดหรือกดบริเวณที่ฉีดในวันนั้น หลีกเลี่ยงการก้มหน้าค้างหรือนอนราบทันทีหลังทำตามคำแนะนำของคลินิก งดซาวน่า จิมจิลบัง ออกกำลังกายหนัก และแอลกอฮอล์ในวันแรก ถ้าทริปคุณมีคิวซาวน่าหรือสปาอยู่ ให้จัดคิวนั้นไว้คนละวันกับวันฉีด
เรื่องระยะเวลาผล โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 3–4 เดือน ต่างกันตามบุคคล ปริมาณที่ใช้ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และบริเวณที่ฉีด การเดินทางมาโซลเพื่อฉีดจึงควรคำนวณต้นทุนรวมค่าเดินทางต่อรอบด้วย ไม่ใช่เทียบแค่ราคาต่อครั้ง
เรื่องภาษาและการจดบันทึก — ข้อนี้สำคัญกว่าที่คิด
สำหรับคนไทยที่บินไปทำ สิ่งที่ควรทำทุกครั้งคือ ขอชื่อผลิตภัณฑ์และปริมาณเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะ
- ถ้าคุณตอบสนองดีมาก คุณจะอยากใช้ตัวเดิมในครั้งถัดไป
- ถ้าคุณตอบสนองไม่ดี หรือผลหมดเร็วกว่าที่คาด แพทย์ครั้งถัดไป (ทั้งที่โซลและที่ไทย) จะประเมินได้แม่นกว่าถ้ารู้ว่าครั้งก่อนใช้อะไร กี่ยูนิต ตรงไหน
- ถ้ามีอาการผิดปกติหลังกลับไทย ข้อมูลนี้คือสิ่งแรกที่แพทย์ที่บ้านจะถาม
ขอเป็นภาษาอังกฤษไว้ก็พอ ชื่อผลิตภัณฑ์ ปริมาณต่อบริเวณ วันที่ทำ และชื่อคลินิก ถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือด้วย เรื่องการติดตามผลทางไกลหลังบินกลับ รวมถึงอาการที่ควรรีบทักคลินิก เขียนไว้ละเอียดที่ กลับไทยแล้วดูแลตัวเองต่อยังไง ค่ะ
ส่วนเรื่องการสื่อสารระหว่างปรึกษา ถ้าคุณไม่ถนัดอธิบายด้วยคำพูด ให้เตรียมรูปตัวเองที่แสดงสีหน้าจริง (ยิ้มเต็มที่ เลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว) ไปด้วย เพราะโบท็อกซ์ทำงานกับ “การเคลื่อนไหว” ไม่ใช่กับใบหน้านิ่ง ๆ ในรูปนิ่งสวย ๆ
คำถามที่ควรถามก่อนตกลง
เอาไปถามได้ตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ คลินิกที่ตอบคำถามพวกนี้ได้ชัดเจนคือสัญญาณที่ดี
- บรรทัดที่แนะนำให้ฉันคือผลิตภัณฑ์อะไร และต่างจากอีกสองบรรทัดตรงไหนในทางปฏิบัติ
- ราคานี้รวม VAT แล้วหรือยัง และยอดสุดท้ายที่ต้องจ่ายคือเท่าไร
- ราคานี้รวมค่าเลือกแพทย์เจาะจงแล้วหรือยัง
- “1 บริเวณ” ในเมนูนี้นับยังไง และบริเวณที่ฉันต้องการอยู่ในนั้นไหม
- จะใช้กี่ยูนิตสำหรับกรณีของฉัน และตัวเลขนั้นอ้างอิงมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตัวไหน
- ถ้าผลขึ้นไม่เท่ากันสองข้าง นโยบายการปรับแต่งเป็นยังไง มีค่าใช้จ่ายไหม และต้องรอกี่สัปดาห์
- ขอชื่อผลิตภัณฑ์และปริมาณเป็นเอกสารได้ไหม
- ถ้าฉันบินกลับแล้วมีอาการผิดปกติ ติดต่อทางไหน ภาษาอะไร
และคำถามข้อ 9 ที่ควรถามตัวเอง: ถ้าคำแนะนำที่ได้คือให้ทำหลายอย่างพร้อมกันในวันเดียวโดยไม่ได้อธิบายว่าทำไม การขอเวลาคิดหรือขอความเห็นที่สองไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท — วิธีขอความเห็นที่สองแบบไม่กระอักกระอ่วน อยู่ในบทความนี้ค่ะ
สรุปวิธีอ่านสามราคาให้เป็น
- สามราคา = สามผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่สามระดับฝีมือ
- “ออริจินัล” และ “พรีเมียม” เป็นคำเรียกสินค้าในเมนู ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเหมาะกับคุณที่สุด
- ยูนิตข้ามยี่ห้อเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ อย่าหารเลขแล้วสรุป
- ถามยอดรวม VAT และค่าเลือกแพทย์ ก่อนตัดสินใจจากตัวเลขบนเมนู
- จัดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยไว้ต้นทริป เผื่อเวลาให้ผลขึ้นและได้ปรึกษาตอนยังอยู่ในเมือง
- เก็บชื่อผลิตภัณฑ์และปริมาณไว้เสมอ ครั้งหน้าคุณจะขอบคุณตัวเอง
จุดยืนของ MIO Clinic ในเรื่องนี้คือประเมินก่อนแล้วค่อยกำหนดปริมาณ ใช้การวิเคราะห์ใบหน้าด้วยระบบ AI ช่วยดูความสมมาตรและลักษณะการเคลื่อนไหวประกอบการตัดสินใจ และเลือกแนวทางที่ให้ผลดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการฉีดให้เยอะไว้ก่อน ซึ่งแปลว่าบางครั้งคำแนะนำที่คุณจะได้อาจเป็น “ยังไม่ต้องทำตอนนี้” หรือ “ทำน้อยกว่าที่คิดไว้” ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
โบท็อกซ์ที่ผลิตในเกาหลีปลอดภัยน้อยกว่าของนำเข้าหรือเปล่า? ระดับราคาในเมนูไม่ใช่การจัดอันดับความปลอดภัยค่ะ สิ่งที่ควรตรวจสอบคือผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้ในคลินิกที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ มีการประเมินก่อนฉีดหรือไม่ และคุณขอชื่อผลิตภัณฑ์เป็นเอกสารได้หรือไม่ การตอบสนองต่อท็อกซินเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล คนที่ได้ผลดีกับผลิตภัณฑ์หนึ่งอาจได้ผลต่างออกไปกับอีกผลิตภัณฑ์
ทำไมจุดเดียวกันถึงมีราคาต่างกันเกือบ 5 เท่า? เพราะต้นทุนของตัวยาต่างกันมาก ผลิตภัณฑ์นำเข้ามีต้นทุนการนำเข้าและราคาตั้งของผู้ผลิตที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในเกาหลี ส่วนขั้นตอนการฉีดและเวลาที่ใช้ในห้องหัตถการไม่ได้ต่างกันตามสัดส่วนนั้น ความต่างของราคาจึงสะท้อนต้นทุนของยาเป็นหลัก
หน่วยยูนิตของแต่ละยี่ห้อเทียบกันได้ไหม? ไม่ได้ค่ะ แต่ละผลิตภัณฑ์มีวิธีวัดความแรงเป็นของตัวเอง “50 ยูนิต” ของคนละยี่ห้อจึงไม่ได้แปลว่าให้ผลเท่ากัน การเอาราคาหารด้วยยูนิตเพื่อเทียบข้ามยี่ห้อจึงเป็นการเทียบที่ให้ข้อสรุปผิด ให้ถามแพทย์ว่าจะใช้ปริมาณเท่าไรสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวที่เลือก แทนที่จะเทียบเลขเอง
“1 บริเวณ” นับยังไง? แต่ละคลินิกนิยามไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปหมายถึงกลุ่มกล้ามเนื้อหนึ่งกลุ่ม เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว หรือหางตา แต่ควรถามให้ชัดว่าบริเวณที่คุณต้องการนับเป็นกี่บริเวณในเมนูนั้น และแพ็กเกจหลายบริเวณให้เลือกอิสระหรือมีลิสต์กำหนดไว้
ควรฉีดวันไหนของทริป และผลอยู่ได้นานแค่ไหน? โบท็อกซ์ลดริ้วรอยเหมาะกับช่วงต้นทริปมากกว่า เพราะผลมักเริ่มเห็นราววันที่ 3–7 และเข้าที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าฉีดวันสุดท้ายแล้วบินกลับ คุณจะไม่ได้เห็นผลตอนยังปรึกษาคลินิกได้สะดวก ระยะเวลาผลโดยทั่วไปอยู่ราว 3–4 เดือน ต่างกันตามบุคคล ปริมาณ และบริเวณที่ฉีด
ราคาที่เห็นในเมนูคือยอดที่ต้องจ่ายจริงไหม? ยังไม่ใช่ค่ะ ราคาที่ MIO เผยแพร่ยังไม่รวม VAT และถ้าคุณเลือกแพทย์เจาะจงจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100,000 วอน (ประมาณ 2,400 บาท) ให้ถามยอดสุดท้ายก่อนตกลงเสมอ และอย่าลืมว่าราคาปรับเปลี่ยนได้ ตัวเลขในบทความนี้เป็นราคา ณ เวลาที่เขียน
ถ้ากลับไทยแล้วผลขึ้นไม่เท่ากันสองข้าง ทำยังไง? อย่าเพิ่งตัดสินก่อนครบ 2 สัปดาห์ เพราะผลยังไม่เข้าที่ ถ้าครบแล้วยังไม่เท่ากัน ให้ติดต่อคลินิกพร้อมส่งรูปที่ถ่ายขณะขยับสีหน้าจริงและเอกสารที่ระบุผลิตภัณฑ์กับปริมาณที่ใช้ การปรับแต่งเล็กน้อยมักทำได้ แต่ต้องประเมินเป็นรายกรณี และถ้ามีอาการเปลือกตาตกหรือกลืน/หายใจผิดปกติ ให้พบแพทย์ที่ไทยทันทีโดยไม่ต้องรอ
จองที่ MIO Clinic ย่านกังนัม โซล
Seoul Skin Notes คือบล็อกอย่างเป็นทางการของ MIO Clinic คลินิกความงามย่านกังนัม กรุงโซล หากคุณกำลังวางแผนทำทรีตเมนต์ที่โซล ทีมงาน MIO Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและรับจองผ่าน LINE บอกเราว่าคุณสนใจทรีตเมนต์แบบไหน แล้วเราจะแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ
MIO Clinic
2-3F, FINE TOWER, 372 Gangnam-daero, Gangnam-gu, Seoul
สถานีกังนัม (Gangnam) ทางออก 4 เดิน 3 นาที
เวลาทำการ: จันทร์ & ศุกร์ 10:00–21:00 / อังคาร–พฤหัส & เสาร์ 10:00–19:00 / อาทิตย์ปิด
เว็บไซต์:mioclinic.kr/th · Instagram:@mioclinic_th · อีเมล:th-official@mioclinic.kr · Google Maps
